เสริมจมูก

การเสริมจมูก

การเสริมจมูก นับว่าเป็นการศัลยกรรมที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆ ของคนเอเชีย และโดยเฉพาะคนไทยเองที่ นิยมทําจมูกกันอย่างมาก ซึ่งจมูกของคนเรามีลักษณะแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับพันธุกรรม และเชื้อชาติ ชาวยุโรปมักจะจมูกโด่ง ส่วนชาวเอเชียจมูกจะไม่โด่งมากนัก ซึ่งจมูกถือเป็นอวัยวะ บนใบหน้าที่ค่อนข้างโดดเด่นเนื่องจากช่วยสร้างความมั่นใจและบุคลิกภาพให้ดูดี โครงหน้าดูมี มิติมากขึ้น และสร้างชื่อเสียงให้กับทีมแพทย์ของเราเสมอมา การผ่าตัด สามารถทําได้โดย เทคนิคที่ไม่เจ็บปวด บวมน้อย และปลอดภัย หลายคนจึงอยากเสริมจมูกเพื่อให้ใบหน้าดูมีมิติ ขึ้นเพิ่มมากขึ้น

การเสริมจมูกมี 2 วิธีดังนี้

1. เสริมจมูกด้วยซิลิโคน การเสริมจมูกด้วยการผ่าตัดแบบธรรมดา โดยแพทย์จะใช้วัสดุสังเคราะห์ในการเสริมจมูกคือ ซิลิโคน ซึ่งจะผ่าตัดสอดเข้าไปตามรอยแผลผ่าตัดเล็กๆ ภายในช่องจมูก เป็นเทคนิคที่ทําได้ง่าย และสะดวกใช้เวลาผ่าตัดไม่นานเหมาะกับกรณีที่คนไข้มีรูปทรงจมูกของเดิมที่ดีอยู่แล้วระดับหนึ่ง เช่น ฐานจมูกไม่ใหญ่จนเกินไป สันจมูกไม่แบบเรียบมากเกินไป รูปทรงจมูกไม่เบี้ยวและยาวหรือ สั้นเกินไป เพราะหากจมูกมีความยาวที่เหมาะสมก็สามารถเสริมได้ด้วยซิลิโคน แต่มีข้อจํากัดคือ ไม่เหมาะกับผู้ที่มีจมูกสั้น

2. เสริมจมูกด้วยซิลิโคนและกระดูกอ่อนหลังใบหู การเสริมจมูกด้วยการใช้กระดูกอ่อนหลังใบหู คืออีกหนึ่งเทคนิคที่ทางการแพทย์ เลือกใช้ใน การทําจมูก ในกรณีที่คนไข้ที่มีหนังปลายจมูกที่บางมาก เพราะหากใช้ซิลิโคนอย่างเดียวเพื่อ เพิ่มปลายจมูก จะเสี่ยงต่อการทะลุได้ จึงต้องใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูมาช่วยเสริมรองตําแหน่ง ปลายจมูกเอาไว้ ซึ่งการใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูจะมีข้อดี คือไม่เป็นสารแปลกปลอม แต่ก็มีข้อ จํากัดคือ ต้องเป็นผู้ที่โครงสร้างจมูกเดิมที่ค่อนข้างดีอยู่แล้วเพราะเป็นการผ่าตัดแบบ Close

ปลายจมูกเอาไว้ ซึ่งการใช้กระดูกอ่อนหลังใบหูจะมีข้อดี คือไม่เป็นสารแปลกปลอม แต่ก็มีข้อ จํากัดคือ ต้องเป็นผู้ที่โครงสร้างจมูกเดิมที่ค่อนข้างดีอยู่แล้วเพราะเป็นการผ่าตัดแบบ Close Rhinopl sty เปิดแผลในรูจมูกเพียงข้างใดข้างหนึ่ง จึงไม่สามารถปรับโครงสร้างอื่นๆ ภายใน จมูกได้มาก หลังจากผ่าตัดแบบเสริมซิลิโคนและกระดูกหลังหูก็จะได้ทรงจมูกที่สวยงามขึ้นผู้ที่ เหมาะกับเทคนิคนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินก่อนตามปัญหาเดิมและข้อจํากัดของคนไข้ โดยการ ผ่าตัดจะต้องมีแผลสองที่คือรูจมูกด้านใดด้านหนึ่งและบริเวณหลังใบหู แพทย์จะให้วิธีการฉีดยา ชาเฉพาะที่เพื่อระงับความเจ็บก่อนผ่าตัด
 
ซิลิโคนเสริมจมูกมีรูปทรง ที่แตกต่างกัน ซิลิโคนอเมริกาเป็นซิลิโคนที่มีมาตรฐานพิเศษ มีค่าความบริสุทธิ์ของซิลิโคนสูงมาก (medic l gr de silicone) มีความนิ่ม เนียนละเอียดมากมีความยืดหยุ่นสูง มีความโด่งสวยเนียน โดย ความนิ่มปานกลางเหมาะสมที่จะเหลาขึ้นรูปได้ง่ายเพื่อให้เหมาะกับแต่ละราย และ ข้อดีอีกอย่าง ของซิลิโคนอเมริกาคือ ระยะยาวหลังเสริมไปนานๆ ไม่ค่อยยุบตัว สามารถอยู่ได้ยาวนาน เปลี่ยนแปลงรูปร่างน้อยโด่งเหมือนตอนแรกๆ หลังผ่านไปหลายปี
 
 
ซิลิโคนเกาหลีมีข้อดีคือ นุ่มทําให้เวลาเสริมดูเป็นธรรมชาติ อาจจะไม่โด่งมากนัก แต่อย่างไร ก็ตามบางคนก็โด่งขึ้นกับเนื้อของแต่ละรายด้วย หลังเสริมไปนานๆระยะยาวมีโอกาสยุบตัวได้ และไม่โด่งเท่าตอนแรก การจะเลือกว่าทําซิลิโคนแบบไหน ทรงไหน ได้โด่งแค่ไหนก็ขึ้นกับชนิดของซิลิโคน การเหลาซิลิ โคนและเนื้อเดิมของผู้ที่ต้องการเสริมเป็นสําคัญ หากเนื้อน้อยบางแล้วต้องการโด่งมากในระยะ ยาวมีโอกาสทะลุได้ ดีที่สุดควรจะเลือกที่เหมาะและปลอดภัยกับตัวเราจะดีกว่าค่ะ
 
วิธีการเลือกทรงจมูกที่ดี ให้เลือกทรงที่ตัวเองชอบมาก่อน จากนั้นแพทย์จะพิจารณาว่า สามารถทําได้ใกล้เคียงมากแค่ ไหน เพราะโครงสร้างจมูกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่แพทย์จะเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็น หลัก เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมา
 
ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมจมูก
 
1. พบแพทย์เพื่อปรึกษาถึงรูปทรงจมูก แพทย์จะช่วยออกแบบทรงให้รับกับรูปหน้า และพิจารณา เรื่องความปลอดภัยตามความเหมาะสมของเนื้อจมูกของแต่ละท่าน 
2. แพทย์จะฉีดยาเฉพาะชาที่บริเวณจมูก เพื่อจะได้ไม่เจ็บระหว่างการผ่าตัด 
3. เมื่อวัดจมูกเรียบร้อย แพทย์จะนําแท่งซิลิโคนมาเหลาให้ได้รูปทรงตามที่กําหนดไว้มาใส่ที่สัน จมูก 
4. ผ่าตัดสร้างช่องว่าง ที่สันจมูกใต้เยื่อหุ้มกระดูกจมูก 
5. ใส่แท่งซิลิโคนที่เตรียมไว้และตรวจสอบความเรียบร้อย 
6. เย็บปิดแผลโดยใช้ไหมเย็บปิดแผลอย่างละเอียด 
7. ปิดพลาสเตอร์เพื่อช่วยป้องกันการเอียงของจมูก
8. ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45 นาที ถึง 1 ชั่วโมง นอนพัก 15-20 นาที เมื่อฤทธิ์ยาชาลดลงก็ สามารถกลับบ้านได้
 

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดเสริมจมูก

1. งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด อย่างน้อย 1 สัปดาห์

2. งดยาแก้ปวด ลดกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนผ่าตัด เช่น ยากลุ่มแอสไพริน (Aspirin) หรือ ไอบิว โพรเฟน (Ibuprofen) เพื่อลดอาการฟกช้ําจากเลือดคั่งหลังผ่าตัด แต่กรณีที่จําเป็นต้องใช้ แนะนําให้ใช้ยาพาราเซตามอนในการบรรเทาอาการปวดเท่านั้น

3. ควรงดวิตามิน น้ํามันตับปลา อาหารเสริมต่างๆ ทุกชนิด เนื่องจากอาหารเสริมเหล่านี้ อาจส่ง ผลให้เลือดหยุดไหลช้า 

4. งดของแสลงจําพวกของดอง น้ําอัดลม รวมถึงอาหารทะเล 

5. มีโรคประจําตัวหรือไม่ หากเรารู้ตัวว่ามีโรคประจําตัวหรือโรคที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรค ความดัน โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคเบาหวาน หรือโรคต่างๆ ควรปรึกษาศัลยแพทย์ให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เป็นไปได้หลังการผ่าตัด เช่น แผลติดเชื้อมากกว่าคนปกติ 

6. ห้ามแคะ เกา บีบ และทําให้แผลโดนน้ํา สิ่งสําคัญที่เน้นย้ําในการผ่าตัดศัลยกรรม คือการ เลี่ยงจากการโดนน้ําของแผล จึงแนะนําให้ล้างหน้าด้วยการใช้ผ้าเช็ดบริเวณจมูกให้สะอาด ตลอด 1-2 สัปดาห์แรกหลังทําศัลยกรรม 

7. การห้ามออกกําลังกายไม่ถือสิ่งที่เราแนะนํา แต่จะแนะนําให้งดออกกําลังกายในประเภทที่ เสี่ยงต่อการปะทะอย่างยิ่ง 

8. หลีกเลี่ยงการเจอพื้นที่ที่มีฝุ่นและควันเยอะ สาเหตุหลัก ๆ ที่ทําให้เกิดการแพ้อากาศ รวมถึง อาการไอ จาม และสั่งน้ํามูก ดังนั้นจึงควรเตรียมตัวก่อนและหลังการผ่าตัดไม่ให้เป็นหวัดหรือมี น้ํามูก หากมีอาการควรรีบรับประทานยาแก้แพ้หรือยาลดน้ํามูกทันที 

9. งดกิจกรรมเสริมความงามเกี่ยวกับใบหน้า แม้จะอยากกดสิว, ทําทรีทเม้นท์ เลเซอร์ เพราะ การรบกวนด้วยการใช้มือกด นวด และการใช้เครื่องมือต่าง ๆ บนใบหน้าหรือใกล้เคียงกับ บริเวณจมูกในขณะที่แผลยังไม่หายดี ก็อาจทําให้เกิดการอักเสบและเป็นอันตรายต่อตัวคุณเอง ได้ ดังนั้นควรอดใจรอเวลาอย่างน้อย 1 เดือนขึ้นไปแล้วทําการปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แน่ใจว่า แผลหายดีเสียก่อนค่อยเสริมสวยกันจะดีกว่า

10. ห้ามกดหรือบิดจมูกโดยเด็ดขาด การบิดจมูกในคนไข้นั้นเป็นการทําให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บและ ทําให้เกิดการซ่อมแซมของเนื้อเยื่อซึ่งผิดปกติไปจากเดิม ซึ่งในระยะยาวทําให้เกิดจมูกผิดรูป จากการหดรั้งของเนื้อเยื่อได้ 

11. การใช้ยารักษาแผลเป็น สามารถใช้ได้หลังจากแผลแห้งแล้วเท่านั้น โดยสามารถเริ่มใช้ได้ ตั้งแต่วันที่ 10-14 หลังวันผ่าตัด 

12. รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด 

13. มาตรวจซ้ําตามนัดของแพทย์ตามกําหนดเวลา 

14. งดสูบบุหรี่ ,งดเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทุกชนิด เป็นระยะเวลา ประมาณ 1-2 เดือน 

15. แนะนําให้ ดื่มน้ําใบบัวบก,น้ํามะพร้าว เพื่อลดอาการฟกช้ำได้เร็วขึ้น

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Atita Clinic "ที่เดียวจบ.. ครบทุกความสวย"

Call Center : 094-324-4442 พบโปรโมชั่นพิเศษๆ สำหรับคุณ
Call Now