การดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ เมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะเริ่มเสื่อมสภาพและสูญเสียคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อย และขาดความยืดหยุ่น Radiesse เป็นนวัตกรรมความงามที่ช่วยฟื้นฟูผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวกลับมาอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีอีกครั้ง บทความนี้ เราจะพาไปทำความรู้จักกับ CaHA สารสำคัญใน Radiesse ที่ช่วยแก้ปัญหาผิวเสื่อมโทรมอย่างมีประสิทธิภาพ
Table of Contents
CaHA คืออะไร?
แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite) หรือ CaHA คือสารที่มีคุณสมบัติกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในร่างกาย (Biostimulator) และเป็นส่วนประกอบหลักใน Radiesse มีลักษณะเป็นอนุภาคขนาดเล็ก (ไมโครสเฟียร์) CaHA เป็นสารที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกายมนุษย์ โดยเฉพาะในกระดูกและฟัน สามารถเข้ากันได้ดีกับร่างกาย ไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากระบบภูมิคุ้มกัน และสามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ
คุณสมบัติของ CaHA
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนประเภทที่ 1 เพิ่มขึ้น 150% ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง เฟิร์ม และกระชับขึ้น
- กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนประเภทที่ 3 เพิ่มขึ้น 130% ช่วยให้ผิวแน่นและเต่งตึง
- กระตุ้นการสร้างอีลาสติน (Elastin) เพิ่มขึ้น 260% ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ช่วยลดเลือนริ้วรอย
- กระตุ้นการสร้าง Proteoglycan ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเปล่งปลั่ง
- กระตุ้นการสร้าง Angiogenesis หรือการสร้างหลอดเลือดใหม่ ทำให้ผิวได้รับสารอาหารมากขึ้น ส่งผลให้ผิวมีสุขภาพดี
CaHA พิเศษกว่า HA ทั่วไปอย่างไร?
CaHA และ HA (Hyaluronic Acid) มีหลักการทำงานและผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน CaHA ไม่เพียงแค่เติมเต็มริ้วรอยหรือร่องลึกเหมือน HA แต่ยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ด้วยตัวเอง เน้นการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวมและโครงสร้างผิวชั้นลึก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ยาวนานกว่า HA ทั่วไปถึง 2 ปี ในขณะที่ HA เน้นการเติมเต็มและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวในระยะสั้น แต่ไม่ได้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเหมือนกับ CaHA
หลักการทำงานของ Radiesse
เมื่อฉีด Radiesse เข้าสู่ชั้นผิว อนุภาค CaHA จะจับตัวกันเป็นโครงสร้างที่แข็งแรง สร้างเส้นใยตาข่าย 3 มิติ (3D Matrix) ซึ่งจะไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินเพิ่มขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือการเติมเต็มและยกกระชับผิวในทันที พร้อมกับการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว ทำให้ผิวแข็งแรง มีความหนาแน่น และยืดหยุ่นมากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงคุณภาพผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น ส่งผลให้ผิวมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
Radiesse เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่ผิวเริ่มมีการเสื่อมสภาพ หรือผู้ที่ต้องการมีใบหน้าเด็ก เพิ่มคอลลาเจน
- ผู้ที่มีริ้วรอยหรือร่องลึกบนใบหน้า เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
- ผู้ที่ต้องการเพิ่มวอลุ่มให้กับผิวที่สูญเสียไปตามวัย
- ผู้ที่ผิวขาดความยืดหยุ่นและความชุ่มชื้น
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้า เพิ่มความคมชัดให้กรอบหน้า
Radiesse ฉีดตรงไหนได้บ้าง?
- หน้าแก้ม – ช่วยให้แก้มยกกระชับ ดูเต็มอิ่ม เพิ่มความอ่อนเยาว์
- ร่องแก้ม – ช่วยลดร่องลึกข้างแก้ม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย
- ร่องน้ำหมาก – เติมเต็มร่องลึกที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุ
- กรอบหน้า – เพิ่มความคมชัดและมิติให้กรอบหน้า
- หลังมือ – แก้ปัญหามือแห้งกร้าน เหี่ยวย่น ให้ดูเต่งตึง
- บริเวณลำคอ – แก้ปัญหาริ้วรอย รอยเหี่ยวย่น เพิ่มความเต่งตึง
Radiesse อยู่ได้นานแค่ไหน?
Radiesse สามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีด ช่วยยกกระชับผิวและลดริ้วรอย จากนั้นผลลัพธ์จะชัดเจนยิ่งขึ้นใน 1-4 สัปดาห์ เมื่อ CaHA เริ่มกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ผลลัพธ์สามารถคงอยู่ได้นานถึง 12-24 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละคน หลังจากนั้น สาร CaHA จะค่อย ๆ สลายไปตามธรรมชาติ จึงอาจต้องฉีดเพิ่มเติมเพื่อรักษาผลลัพธ์ที่ต้องการ
Radiesse vs ฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร?
Radiesse และฟิลเลอร์ HA มีความแตกต่างกันทั้งในด้านส่วนประกอบและกลไกการทำงาน Radiesse มีส่วนประกอบหลักเป็น CaHA ทำหน้าที่เป็น biostimulator กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจากภายใน ให้ผลลัพธ์ยาวนานถึง 2 ปี ในขณะที่ฟิลเลอร์ HA มีส่วนประกอบหลักเป็นไฮยาลูรอนิค แอซิด ทำหน้าที่โดยตรงในการเติมเต็มและอุ้มน้ำ ช่วยเพิ่มวอลุ่มและความชุ่มชื้นในทันที แต่ผลลัพธ์อยู่ได้สั้นกว่า เพียง 6-12 เดือน การเลือกระหว่าง Radiesse หรือฟิลเลอร์ HA ควรพิจารณาตามความต้องการและคำแนะนำของแพทย์ผู้มีประสบการณ์
การดูแลหลังฉีด Radiesse
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- งดแต่งหน้าอย่างน้อย 12 ชั่วโมงหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก เช่น ออกกำลังกายหนัก
- ประคบเย็นเบา ๆ หากมีอาการบวมหรือช้ำเล็กน้อย
- งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหรือความร้อนจัด
- งดเข้าซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำอย่างน้อย 2 สัปดาห์
ฉีด Radiesse ที่ไหนดี
การเลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะคลินิกที่มีมาตรฐานจะมีการคัดกรองและให้คำแนะนำที่เหมาะสม ลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง อทิตาคลินิกมีแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูงและทีมงานที่มีความรู้ความสามารถ วิเคราะห์ใบหน้าแบบเคสต่อเคส ให้การรักษาที่ตรงจุดตามความต้องการของแต่ละคน หากคุณสนใจปรึกษาเรื่องการฉีด Radiesse หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ อทิตาคลินิก โทร 094-324-4442 หรือไลน์ @atitaclinic เรายินดีให้คำปรึกษาเพื่อผลลัพธ์ที่คุณต้องการ



