รวมเรื่องต้องรู้ก่อนฉีดโบท็อกครั้งแรก!

รวมเรื่องต้องรู้ก่อนฉีดโบท็อกครั้งแรก!

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้น ๆ ในวงการแพทย์ความงาม เพราะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาผิวและสุขภาพได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การฉีดโบท็อกลดริ้วรอย ฉีดโบท็อกหน้าผาก ฉีดโบท็อกลดกราม ฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ปรับรูปหน้าให้เรียวสวย ฉีดโบท็อกรักแร้เพื่อลดเหงื่อและกลิ่นตัว ไปจนถึงฉีดโบท็อกลดน่อง ฉีดโบท็อกลดแขน ให้แขนขาเรียวเล็ก

ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งในคนที่เริ่มเข้าคลินิกความงาม เพื่อที่จะดูแลผิวของตัวเองให้สวยงามและเยาว์วัยอยู่เสมอ เชื่อว่าการฉีดโบท็อกจะต้องเป็นหนึ่งในหัตถการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน แล้วการฉีดโบท็อกคืออะไร? ช่วยเรื่องอะไรบ้าง? ราคาเท่าไหร่? อทิตาคลินิก (Atita Clinic) ได้รวมเรื่องที่ต้องรู้ก่อนฉีดโบท็อกครั้งแรกมาให้แล้ว จะน่าสนใจแค่ไหน ไปดูกัน!

ฉีดโบท็อก คืออะไร?

การฉีดโบท็อก คือ การฉีดสารโบทูลินัม ท็อกซิน เอ (Botulinum Toxin A) ซึ่งเป็นสารที่สกัดจากแบคทีเรียสายพันธ์ุคลอสติเดียม โบทูลินัม (Clostridium Botulinum) เข้าไปที่กล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดปัญหาต่าง ๆ โดยตัวยาจะเข้าไปจับกับปลายประสาทที่มาควบคุมกล้ามเนื้อ แล้วยับยั้งการกระตุ้นกล้ามเนื้อที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทนั้น ทำให้กล้ามเนื้อไม่สามารถหดตัวได้ และอยู่ในสภาพคลายตัวในที่สุด

ฉีดโบท็อก ช่วยอะไรบ้าง?

ฉีดโบท็อก ช่วยอะไรบ้าง


นอกจากจะนำมาใช้รักษาอาการปวดหัวเรื้อรัง ปวดไมเกรน รักษาโรคเคลื่อนไหวผิดปกติ และการนอนกัดฟันแล้ว โบท็อกยังถูกนำมาใช้ในวงการแพทย์ความงามอย่างแพร่หลาย เพราะสามารถช่วยรักษาปัญหาผิวและสุขภาพได้หลายอย่าง ดังนี้

  • ช่วยลดเลือนริ้วรอยบนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็น รอยตีนกา ริ้วรอยหางตาร่องหว่างคิ้ว หรือริ้วรอยบนหน้าผาก
  • ช่วยลิฟกรอบหน้า ลดริ้วรอยที่บริเวณคอ
  • ช่วยลดขนาดกรามที่ใหญ่จากกล้ามเนื้อ ปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้น
  • ช่วยลดกล้ามบริเวณแขน และน่อง แก้ปัญหาแขนใหญ่ น่องปูด จนดูเหมือนผู้ชาย
  • ช่วยลดเหงื่อบริเวณใต้วงแขน ฝ่ามือ และฝ่าเท้า แก้ปัญหาเรื่องกลิ่นตัว
  • ช่วยรัดแกนจมูกให้คมขึ้น และขนาดของปีกจมูก

ฉีดโบท็อกจุดไหนได้บ้าง?

การฉีดโบท็อก สามารถฉีดได้ทุกจุดที่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก, กราม, ระหว่างคิ้ว, สันจมูก, หางตา, ปีกจมูก, กรอบหน้า, ลำคอ, เหนียง, รักแร้, แขน, น่อง, รักแร้, ฝ่ามือ และฝ่าเท้า โดยแต่ละบริเวณจะใช้ยูนิตที่แตกต่างกัน ซึ่งแพทย์ผู้ทำการรักษาจะเป็นการประเมินปริมาณโบท็อกที่เหมาะสมเอง

ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด?

ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด?

ในปัจจุบันมีโบท็อกให้เลือกฉีดหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อก็จะมีจุดเด่นและราคาที่แตกต่างกันไป โดยในไทยจะนิยมฉีดโบท็อกยี่ห้อหลัก ๆ ดังนี้

  •  อัลเลอร์แกน (Allergan) : เป็นโบท็อกจากอเมริกาที่มีงานวิจัยรองรับยาวนานที่สุด จะมีจุดเด่นตรงที่ตัวยากระจายตัวได้แคบที่สุด ทำให้รักษาเฉพาะจุดได้อย่างแม่นยำ
  • ดิสพอร์ต (Dysport) : เป็นโบท็อกจากอังกฤษ มีจุดเด่นตรงที่สามารถกระจายตัวได้กว้าง จึงเหมาะสำหรับการฉีดในบริเวณกว้าง ๆ เช่น ฉีดยกกระชับใบหน้า ฉีดโบท็อกรักแร้เพื่อลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว หรือฉีดลดต้นแขน ลดน่อง
  • ซีโอมิน (Xeomin) : เป็นโบท็อกจากเยอรมัน จะมีจุดเด่นตรงที่มีความบริสุทธิ์สูงมาก และตัวยาจะไม่กระจุกตัวแคบเกินไป จึงสามารถนำมาใช้รักษาปัญหาผิวได้อย่างหลากหลาย และมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดอาการดื้อโบท็อกน้อยมาก
  • เอสท็อกซ์ (Aestox) : เป็นโบท็อกจากเกาหลีที่เพิ่งเข้ามาในไทย จะมีจุดเด่นตรงที่มีงานวิจัยร่วมกับโรงพยาบาลศิริราชมากกว่า 5 ปี และมีความบริสุทธิ์สูงถึง 99.5% จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดอาการดื้อโบท็อกน้อย และออกฤทธิ์ได้เร็ว เห็นผลไว
  • นาโบตะ (Nabota) : เป็นโบท็อกจากเกาหลีที่ผ่านการรับรองจาก อย. อเมริกา จะมีจุดเด่นตรงที่ออกฤทธิ์ได้ไวกว่าโบท็อกยี่ห้ออื่น ๆ เล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว
  • โบทูแลค (Botulax) : เป็นโบท็อกจากเกาหลีที่มีคุณสมบัติคล้ายกับอัลเลอร์แกน แต่จะออกฤทธิ์ได้ไวกว่าเล็กน้อย มีระยะเวลาอยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อย และมีราคาที่ถูกกว่ามาก
  • ฮูเจล (Hugel) : เป็นโบท็อกจากเกาหลีที่มีประสิทธิภาพเทียบเคียงกับอัลเลอร์แกน มีความบริสุทธิ์ถึง 99.5% ปลอดภัยจากสารปนเปื้อน ช่วยลดโอกาสเกิดการดื้อยาได้มาก โดดเด่นในเรื่องการออกฤทธิ์แม่นยำ และกระจายตัวแคบ ทำให้โบท็อกเข้าไปแก้ปัญหาได้ตรงจุด
จะเห็นได้ว่า โบท็อกแต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งคุณสามารถเลือกยี่ห้อโบท็อกที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดได้เลย หรือถ้าหากไม่มั่นใจ ก็สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอที่อทิตาคลินิกได้ คุณหมอของเราจะช่วยประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด พร้อมให้คำแนะนำการเลือกยี่ห้อโบท็อกที่เหมาะสมกับตัวคุณที่สุด รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

ฉีดโบท็อก ราคาเท่าไหร่?

ฉีดโบท็อก ราคาเท่าไหร่?

ราคาการฉีดโบท็อกจะขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อกที่ใช้ และปริมาณที่ฉีดเป็นหลัก โดยโปรโมชันโบท็อกที่อทิตาคลินิก มีราคา ดังนี้

  •  Hugel 100 ยูนิต ราคาประมาณ 4,999 บาท*
  • Aestox 100 ยูนิต ราคาประมาณ 5,000 บาท*
  • Nabota 100 ยูนิต ราคาประมาณ 8,000 บาท*
  • Allergan  100 ยูนิต ราคาประมาณ 12,000 บาท*
  • Xeomin 100 ยูนิต ราคาประมาณ 15,000 บาท*

ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล

โดยแต่ละบริการอาจจะมีโปรโมชันเพิ่มเติมด้วย เช่น แถมฟรีฉีดเมโสแฟต และฉีดเมโสหน้าใส อย่างละ 1 – 3 เข็ม เป็นต้น
 
สำหรับใครที่อยากดูโปรโมชันบริการอื่น ๆ ของอทิตาคลินิกเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น ฟิลเลอร์ ร้อยไหม เสริมจมูก เสริมคาง ทำตาสองชั้น ทำปากกระจับ ยกกระชับหน้าด้วย HIFU หรือ Ulthra SPT และอื่น ๆ อีกมากมาย  สามารถกดดูข้อมูลรายละเอียดได้ ที่นี่ เลย
 
*ราคาโปรโมชันฉีดโบท็อกของอทิตาคลินิกอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ควรสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่คลินิกก่อนสั่งซื้อแพ็กเกจ

ฉีดโบท็อก กี่วันเห็นผล?

ระยะเวลาการเห็นผลของโบท็อกจะแตกต่างกันไปในบริเวณที่ฉีด โดยยิ่งกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่มากเท่าไหร่ก็จะใช้ระยะเวลาเห็นผลนานมากขึ้นเท่านั้น เช่น การฉีดโบท็อกลดริ้วรอยบนใบหน้า หรือฉีดโบท็อกลดกราม จะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนภายใน 1 – 2 สัปดาห์ ในขณะที่การฉีดโบท็อกลดน่อง หรือลดต้นแขน อาจใช้ระยะเวลานาน 1 – 3 เดือน ถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ฉีดโบท็อก อยู่ได้นานไหม?

ผลลัพธ์ของการฉีดโบท็อกจะอยู่ได้นานแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับยี่ห้อโบท็อก ตำแหน่งที่ฉีด และการดูแลตัวเองของแต่ละคน แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ผลลพธ์ของการฉีดโบท็อกจะอยู่ได้นาน 4 – 6 เดือน ต่อการฉีด 1 ครั้ง และถ้าหากต้องการคงผลลัพธ์ไว้ ก็จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการฉีดโบท็อกซ้ำตามคำที่แพทย์แนะนำ

ควรฉีดโบท็อกทุกกี่เดือน?

ควรฉีดโบท็อกทุก 4 – 6 เดือน ไม่ควรฉีดโบท็อกถี่เกินไป (น้อยกว่า 3 เดือน) เพราะจะเสี่ยงให้เกิดอาการดื้อโบท็อกได้ และไม่ควรเว้นระยะห่างเกินไป (มากกว่า 6 เดือน) เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้ปกติ ทำให้ต้องใช้ปริมาณโบท็อกเพิ่มมากขึ้น

ข้อห้ามในการฉีดโบท็อก

แม้ว่าการฉีดโบท็อกจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัย แต่ก็จะมีข้อจำกัดในคนบางกลุ่ม เพราะอาจเสี่ยงทำให้เกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายได้ โดยคนที่ห้ามฉีดโบท็อก มีดังนี้

  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนผสมของโบท็อก
  •  ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยรองรับด้านความปลอดภัย
  • ผู้ที่กำลังอยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการกลืน
  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น amyotrophic lateral sclerosis (ALS), Lou Gehrig’s disease, myasthenia gravis และ Lambert-Eaton syndrome
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบริเวณที่จะฉีดโบท็อก
  • ผู้ที่มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือมีภาวะติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อก

ก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อก ควรเตรียมตัวดังนี้

  •  งดใช้ยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin, Coumadin, Ibuprofen, Advil, Motrin, Multivitamins, Fish oil, Omega3, Co-enzyme Q10 หรือ Evening Primrose Oil อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเสียเลือดมาก และการเกิดอาการฟกช้ำ
  • งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนฉีด
  • หากมีปัญหาสุขภาพ หรือโรคประจำตัว จะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนเข้ารับบริการ
  • ในวันที่เข้ารับบริการ แนะนำให้ล้างเครื่องสำอาง หรือทำความสะอาดใบหน้าให้เรียบร้อยก่อนพบแพทย์

การดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อก

หลังจากฉีดโบท็อกแล้วจะต้องดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ และทำให้ผลลัพธ์ของโบท็อกมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยแพทย์อาจแนะนำให้ดูแลตัวเอง ดังนี้

  • พยายามขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดทุก ๆ 15 นาที ใน 4 ชั่วโมงแรก เพื่อให้โบท็อกกระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการนอนราบ หรือเอนศีรษะ อย่างน้อย 4 ชั่วโมงแรกหลังฉีด เพื่อป้องกันโบท็อกไหลไปยังบริเวณข้างเคียง
  • หลังครบ 4 ชั่วโมง สามารถล้างหน้าและทาครีมบำรุงได้ แต่ให้งดแต่งหน้า 1 วัน
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อน หรือทำเลเซอร์ความร้อนที่ลงผิวชั้นลึก อย่างน้อย 1 – 2 สัปดาห์หลังฉีด
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การอบซาวน่า แช่น้ำอุ่น หรือออกกำลังกายอย่างหนัก เพราะจะทำให้โบท็อกสลายเร็วขึ้น
  • งดการนวดกดจุดบริเวณที่ฉีด 1 เดือน หลังฉีด

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการฉีดโบท็อก

แม้ว่าการโบท็อกจะเป็นหัตถการที่ปลอดภัย และมีการใช้อย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หลังฉีดได้ โดยผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการฉีดโบท็อก มีดังนี้

  •  มีอาการบวม แดง ช้ำ หรือเขียว บริเวณที่ฉีด
  • มีอาการแพ้เห่อแดงบริเวณที่ฉีดหนังตาตก เกิดจากกล้ามเนื้อเป็นอัมพาต โดยจะเป็นอาการชั่วคราวเท่านั้น 
  • รู้สึกหน้าแข็งตึง ยิ้มได้ไม่สุด เกิดจากการฉีดโบท็อกปริมาณที่มากกว่าเกินไป
  • หางคิ้วกระดก หน้าตอบ ตาตก ปากเบี้ยว เกิดจากการฉีดโบท็อกผิดตำแหน่ง
  •  ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล เกิดจากอาการดื้อโบท็อก ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาที่ชัดเจน

ฉีดโบท็อกเจ็บไหม?

ก่อนที่จะฉีดโบท็อกจะมีการทายาชาและประคบเย็นก่อนทุกครั้ง ทำให้ลดอาการเจ็บขณะฉีดโบท็อกได้มาก โดยผู้เข้ารับบริการจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย หรือบางคนก็ไม่รู้สึกเจ็บเลย

ฉีดโบท็อก สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่น ๆ ได้ไหม?

หลังจากฉีดโบท็อกแล้ว แนะนำให้เว้นระยะอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะทำหัตถการอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น Ulthera, HIFU หรือ Thermage เพื่อป้องกันพลังงานเหล่านี้ไปกระทบกับตัวยา อีกทั้งยังเป็นการรอดูผลลัพธ์ที่ชัดเจนของโบท็อกด้วย จะได้รู้ว่าพึงพอใจในผลลัพธ์ไหม จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่มหรือเปล่า

สนใจฉีดโบท็อก ที่อทิตาคลินิก ทำอย่างไรดี?

สำหรับท่านใดที่สนใจฉีดโบท็อกที่อทิตาคลินิก (Atita Clinic) สามารถติดต่อนัดหมายเข้ามาพบคุณหมอที่เบอร์โทรศัพท์  094-324-4442 หรือไลน์ @atitaclinic ได้เลย! คุณหมอของเราพร้อมให้การดูแลอย่างใกล้ชิด ประเมินแบบละเอียด เคสบายเคส มั่นใจได้เลยว่า คุณจะได้รับคำแนะนำอย่างตรงไปตรงมา และแก้ปัญหาอย่างตรงจุด ตอบโจทย์ทุกความต้องการอย่างแน่นอน

Atita Super LIFT Training

ที่อทิตาคลินิก เราชำนาญด้านการดีไซน์ ออกแบบ และการปรับรูปหน้าแบบ โดยเราจะเน้นการจัดโครงหน้าให้คนไข้ใหม่ และใส่ใจในทุก ๆ เคส เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานมากกว่า 18  ปี อบรมมาแล้วกว่า 14 ประเทศทั่วโลก รวมถึงได้รับรางวัลการันตีมากมาย

ทีมแพทย์ของอทิตาคลินิกมีความเชี่ยวชาญในด้านการออกแบบดีไซน์ใบหน้าเป็นอย่างมาก การันตีด้วยรางวัลมากมายจากสถาบันต่าง ๆ แต่ทั้งนี้ ทางอทิตาคิลิกก็ไม่ได้หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ถึงแม้ว่าแพทย์ของเราจะจบโดยตรงด้านผิวหนังมาจากสถาบันผิวหนังอเมริกา และไปเรียนต่อทางด้านศัลยกรรมที่เกาหลีมาแล้ว แต่ก็ยังเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ จากงานอบรมต่าง ๆ มากกว่า 14 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการร้อยไหม ปรับรูปหน้า ฟิลเลอร์ ศัลยกรรม การปรับแต่งรูปหน้า รวมไปถึงเรียนการดูโหงวเฮ้งอีกด้วย

นอกจากนี้อทิตาคลินิกยังอัพเดทเทรนด์ในการแต่งหน้า ตามเทรนด์บิวตี้บล็อกเกอร์ต่าง ๆ ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้พลาดเทรนด์บิวตี้ของทุก ๆ ปี เพื่อให้คนไข้ของเราสวยและดูดีที่สุด ในแบบที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง จากการดีไซน์ใบหน้าของทีมแพทย์ที่ใส่ใจ สวยเป็นธรรมชาติ สวยตามเทรนด์บิวตี้ ไม่มีตกเทรนด์อย่างแน่นอน ที่สำคัญหลังทำคนไข้ก็ไม่ต้องพักฟื้น เพราะด้วยความชำนาญของทีมแพทย์ที่อทิตาคลินิก ทำให้เกิดการบวมช้ำน้อยมาก รวมถึงไม่เจ็บขณะที่ทำหัตถการ

อทิตาคลินิก คือ คลินิกอันดับ 1 ด้านการปรับแต่งดีไซน์ใบหน้า และด้วยความสามารถของทีมแพทย์ ทำให้ผลลัพธ์ของการปรับแต่งรูปหน้าออกมาสวยเป็นธรรมชาติตามที่คนไข้ต้องการ พร้อมทั้งการสร้างความประทับใจให้ลูกค้าแบบเคสต่อเคส เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดที่สุด

Training Atita Super LIFT

สวยมั่นใจด้วยทีมแพทย์อทิตาคลินิก

▸ ดูแลโดย อาจารย์แพทย์ด้านร้อยไหม ฟิลเลอร์ Facial Design ปรับแต่งใบหน้า

▸ ทีมแพทย์ผู้ชำนาญ ประสบการณ์มากกว่า 18 ปี

▸ ทีมแพทย์จบด้าน aesthetic จากสถาบันผิวหนัง America มี Certificate รับรอง

▸ ทีมแพทย์ศัลยกรรมจบการศึกษาเทคนิคโดยตรง จากประเทศเกาหลี มี Certificate รับรอง

▸ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทุกตัวมีคุณภาพ มั่นใจใช้ของแท้ ได้รางวัลยอดใช้ผลิตภัณฑ์มากที่สุดระดับประเทศ พร้อม Certificate การันตีจากบริษัทยา ต่อเนื่องทุกปี

▸ ได้รับความไว้วางใจจากดารา นางแบบ เซเลบที่มีชื่อเสียงให้อทิตาคลินิก ช่วยดูแลเรื่องความสวยความงาม

อทิตาคลินิกเรามีทีมแพทย์คอยแนะนำ

 

ให้คำปรึกษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 

 

แอดไลน์ปรึกษา คลิกเลยค่ะ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    คุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

บันทึกการตั้งค่า