Profhilo คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร ข้อดี ข้อเสีย Profhilo ตอบทุกข้อสงสัย พร้อมรีวิว Profhilo
เลือกอ่านหัวข้อ Profhilo ที่ต้องการได้เลย
ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ
Profhilo คือ
เรามารู้จักกันก่อนว่า Profhilo คือ ตัวยากลุ่ม Bio-Remodeling ที่ช่วยปรับโครงสร้างเนื้อเยื่อ (Remodeling) ของทั้งคอลลาเจนและอีลาสติน (Elastin) ทั้งหมด 4 ชนิด ไม่ใช่แค่กระตุ้นคอลลาเจนเท่านั้น แต่ยังช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ผิว โดยเฉพาะในส่วนที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ Fibroblast นั่นเอง จึงทำหน้าที่ในการเพิ่มการสร้างคอลลาเจนและช่วยฟื้นฟูผิวที่ไม่กระชับและมีริ้วรอย
ด้วยองค์ประกอบสำคัญอย่าง HA ที่ใช้เทคโนโลยี NAHYCO ที่สร้างพลังงานความร้อนแบบจำเพาะ จนทำให้เกิด HA สองขนาด และเกิดการสร้างพันธะต่อกันเป็นโครงสร้างพิเศษอย่าง HCC (Hybrid Cooperative Complex) ซึ่งมีปริมาณ HA มากที่สุดในปัจจุบัน แต่ยังกระจายตัวได้ดี ด้วยลักษณะที่เป็นของเหลว แถมยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี
Profhilo เหมาะกับใคร
หลังจากที่เรารู้กันแล้วว่า Profhilo คืออะไร เราจะไปดูกันว่าสารตัวนี้เหมาะกับใครบ้าง และช่วยแก้ปัญหาแบบไหนบ้างที่เพื่อน ๆ กังวลอยู่
- คนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวหลวม ไม่ยืดหยุ่น และต้องการผิวที่ดูเด็กขึ้น มีความยืดหยุ่น เรียบเนียนมากขึ้น รวมถึงต้องการให้ริ้วรอยลดลง ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น โดยไม่เปลี่ยนรูปหน้า
- คนที่เคยฉีด Sculptra หรือ Radiesse มาก่อน จนได้โครงสร้างผิวชั้นลึกที่พอใจ ผิวมีความเต็ม แต่อยากแก้ไขผิวชั้นที่ตื้นให้ผิวด้านบนเรียบเนียน เส้นริ้วรอยดูจางลง
- คนที่ต้องการผิวเนียนเด้ง ดูอิ่มฟู รวมถึงเพิ่มความชุ่มชื้นในผิวชั้นตื้นจนถึงชั้นลึก
- คนที่มีหลุมสิว และต้องการทำหัตถการร่วมกับเลเซอร์รักษาหลุมสิว รวมถึง Sculptra และ Radiesse ที่สามารถใช้ในการรักษาหลุมสิวได้ โดยเน้นกระตุ้นในชั้นที่แตกต่างกัน โดย Sculptra และ Radiesse มักฉีดไปที่บริเวณชั้นใต้ผิว หรือหนังแท้ชั้นลึกที่เรียกว่า Subdermal ขณะที่ Profhilo จะสามารถกระตุ้นระหว่างชั้นผิว หรือตั้งแต่หนังแท้ชั้นตื้นถึงชั้นกลางได้ด้วย ผ่านวิธีการฉีดแบบ Intradermal หรือการฉีดไปโดยตรงที่หลุม
Profhilo ฉีดตรงไหนได้บ้าง
แม้ว่า Profhilo จะเป็นสารที่ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูให้กับผิว แต่เราจะดูกันต่อว่า สารตัวนี้สามารถฉีดที่จุดไหนได้บ้าง
- ใบหน้า
- รอยแผลเป็น รอยหลุมสิว
- คอ
- มือ
- ความหย่อนคล้อยตามร่างกาย
ฉีด Profhilo กี่ CC ถึงเห็นผล
สำหรับการฉีด Profhilo จะมีหลายวิธี โดยเป็นหนึ่งในยาที่เหมาะกับคนกลัวเข็ม เนื่องจากแพทย์สามารถฉีดบนผิวเพียง 5 จุดต่อข้าง หรือที่เรียกว่า BAP Technique ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการโดนเส้นเลือก ลดรอยช้ำ ไปจนถึงช่วยให้ตัวยากระจายตัวได้ครอบคลุมทั่วใบหน้าได้มากที่สุด และตัวยายังมีคุณสมบัติในการกระจายตัวไปทั่วไปหน้าได้เอง โดยมีความเจ็บน้อย หรืออาจฉีดเสริมเฉพาะจุดในชั้นผิวที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับความกังวลของแต่ละคน ไปจนถึงการวิเคราะห์ของแพทย์
โดยการฉีดตามปกติจะใช้ยาในปริมาณเพียง 1-2 หลอด ต่อครั้ง ซึ่ง 1 หลอดจะมี 2 CC และควรฉีดซ้ำจนครบ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ในกรณีที่ผิวมีปัญหาเยอะก็ยังสามารถฉีดกระตุ้นครั้งที่ 3 หรือจะเพิ่มจำนวนเป็นครั้งละ 2 หลอดเพื่อย้ำตรงจุดที่มีปัญหาได้เช่นกัน
ส่วนระยะเห็นผลจะเริ่มตั้งแต่ทำหัตถการไปแล้ว 1 เดือน ก่อนจะเห็นผลชัดมากขึ้นเมื่อผ่านไป 2 เดือน ก่อนที่ผลลัพธ์จะอยู่ได้นานประมาณ 1 ปีขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและความรุนแรงของปัญหาผิว ช่วยฟื้นฟูผิวบริเวณหลุมสิวให้ดูเต็มและเนียนละเอียดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อทำควบคู่กับหัตถการรักษาหลุมสิวอื่น ๆ จะช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น ในบางกรณีที่อยากให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอก็สามารถฉีด Profhilo ได้ทุก 6 เดือน
ข้อดีของ Profhilo
เนื่องจาก Profhilo คือสารที่เน้นการฟื้นฟูผิวจากภายใน จึงมีข้อดีที่ทำให้หลายคนให้ความสนใจดังนี้
1. ฟื้นฟูผิวจากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ:
เนื่องจากไม่ได้เป็นแค่ฟิลเลอร์ที่ใช้เพื่อเติมเต็มหรือเพิ่มปริมาตร แต่เป็นการเข้าไปบำรุงลึกถึงโครงสร้างผิว จึงทำให้ผิวของแต่ละคนแข็งแรงขึ้นจากภายใน ช่วยให้ผิวดูดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งมากจนเกินไป
2. ช่วยให้ผิวฉ่ำวาว ดูสุขภาพดี:
เพราะมีสาร HA เป็นส่วนประกอบสำคัญที่มีคุณสมบัติเก็บความชุ่มชื้นได้ดี จนทำให้ผิวมีความฉ่ำและยืดหยุ่นมากขึ้น ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น
3. ฉีดเพียงไม่กี่จุด:
ตามปกติแล้ว แพทย์จะฉีด Profhilo 5 จุดต่อข้าง ซึ่งใช้เวลาฉีดไม่นานและไม่ต้องพักฟื้น จึงไม่ส่งผลในการกลับไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
4. ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ได้ดี:
เนื่องจาก Profhilo ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยลดริ้วรอยตื้น ๆ ได้ดี และทำให้ผิวแน่นกระชับ เรียบเนียนไปพร้อมกัน
ข้อเสียของ Profhilo
แม้ว่า Profhilo จะมีข้อดีไม่น้อย แต่สำหรับบางคนอาจจะต้องพิจารณาข้อควรระวังเหล่านี้เอาไว้เช่นกัน
1. อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย:
หลังจากที่ทำหัตถการไปแล้ว อาจมีอาการบวมช้ำและรอยแดง แต่สามารถหายไปได้เองภายในไม่กี่วัน รวมถึงควรเลี่ยงการสัมผัสหน้าแรง ๆ
2. จำเป็นต้องฉีด 2 ครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด:
ตามปกติแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ฉีด Profhilo 2 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างประมาณ 1 เดือนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แต่จะมีค่าใช้จ่ายตามมานั่นเอง
3. ไม่ใช่ฟิลเลอร์สำหรับเติมเต็ม:
หากใครที่ต้องการเติมเต็มร่องลึกหรือปรับรูปหน้าอาจไม่เหมาะกับ Profhilo แต่จำเป็นต้องปรึกษากับแพทย์เพื่อประเมินสภาพผิวและแนะนำฟิลเลอร์ตัวอื่นเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากที่สุด
