เปรียบเทียบชัดๆ Oligio vs Ultraformer III เลือกทำเครื่องไหนดี ต่างกันอย่างไร
เลือกอ่านหัวข้อ ยกกระชับ ที่ต้องการได้เลย
ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ
Oligio vs Ultraformer III ทำงานต่างกันอย่างไร
Oligio ทำงานอย่างไร
นี่คือเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ที่ออกแบบมาสำหรับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ซึ่งสามารถส่งคลื่นได้ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ และชั้นไขมันได้ดี จนช่วยให้ผิวตึงกระชับขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ทำลายผิวชั้นบนอีกด้วย โดยเครื่องจะปล่อยพลังงาน Monopolar Capacitive Radio Frequency ด้วยความร้อนประมาณ 40-45°C แล้วความร้อนตรงนี้จะช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากคอลลาเจนที่หดตัวลง จนร่างกายจะฟื้นฟูและจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่จนทำให้ผิวมีโครงสร้างที่แน่นและกระชับมากขึ้น ไปจนถึงช่วยสลายไขมันส่วนเกินใต้ผิว
ส่วน Oligio X มีที่เป็นรุ่นใหม่ จะมีเทคโนโลยี G-Mode ที่ช่วยส่งพลังงานได้ลึกและแรงขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่ยังคงความสบายผิวด้วยระบบ Cooling ที่พัฒนามาอย่างดีอีกด้วย
Ultraformer III ทำงานอย่างไร
ข้อดี Oligio vs Ultraformer III มีอะไรบ้าง
ข้อดีของ Oligio
- ลงลึกครอบคลุมทุกชั้นผิว และชั้นไขมัน
- มีระบบทำความเย็น Cooling System ที่ช่วยลดความเจ็บขณะรักษา
- ใช้เวลาในการทำหัตถการน้อย ประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังจากทำ
- มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่นได้
ข้อดี Ultraformer III
- สามารถลงลึกได้ตั้งแต่ชั้นผิวหนังแท้ ชั้นไขมันและชั้น SMAS
- มีหัวยิงให้เลือกหลายระดับ ซึ่งเหมาะกับการแก้ปัญหาได้ทุกชั้นผิว
- ไม่เป็นอันตราย ไม่ต้องพักฟื้น
- สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้
- สามารถทำบริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยไม่เป็นอันตราย
ข้อเสียของ Oligio vs Ultraformer III มีอะไรบ้าง
ข้อพิจารณาก่อนทำของ Oligio
1. ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานเท่ากับเครื่องหัตถการอย่าง Thermage หรือ Ulthera โดยเฉลี่ยประมาณ 6-12 เดือน
2. ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน จึงจำเป็นต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ต่อเนื่อง ซึ่งในระยะยาวอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า
3. หากเป็นกรณีที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก การใช้ Oligio อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน เมื่อเทียบกับ Thermage หรือ Ulthera ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันได้ บางคนอาจเห็นผลน้อยกว่าหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และปัจจัยอื่น ๆ
ข้อเสียของ Ultraformer III
1. ขณะทำอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย (ก่อนทำมีการแปะยาชา) ซึ่งการทำ Hifu ที่ได้ประสิทธิภาพนั้น อาจมีความรู้สึกปวด ๆ ตึง ๆ บริเวณใต้ชั้นผิว
2. หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน จำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำ เพราะผลลัพธ์ของ Ultraformer III ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร
ตารางเทียบ Oligio vs Ultraformer III ต่างกันอย่างไร
| ข้อเปรียบเทียบ | Oligio | Ultraformer III |
|---|---|---|
| พลังงาน | Monopolar Radio-Frequency | High-Intensity Focused Ultrasound |
| ชั้นผิว | หนังกำพร้า หนังแท้ ชั้นไขมัน | หนังกำพร้า หนังแท้ ชั้นไขมัน และชั้น SMAS |
| หัวยิง | มี 2 ขนาด (สำหรับตาและใบหน้า) ในรุ่นปกติ ขณะที่รุ่น X มี 3 ขนาด (สำหรับตา ใบหน้า และลำตัว) และระบบทำความเย็น | หัวยิงหลายความลึก ตั้งแต่ 1.5 - 4.5 มม. |
| เหมาะกับใคร | คนที่มีไขมันใต้ผิวค่อนข้างมาก คนที่มีรูขุมขนกว้าง คนที่มีผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง | คนที่มีไขมันใต้ผิว คนที่มีผิวหย่อนปานกลาง คนที่ต้องการยกกระชับ ปรับรูปหน้า |
| ตำแหน่ง | ใบหน้า รอบดวงตา | ใบหน้า รอบดวงตา ลำคอและร่างกาย |
| ระยะเวลาในการทำ | 20-30 นาที | 30-50 นาที |
| ระยะเวลาเห็นผล | ระยะเวลาเห็นผล | หลังทำจะเห็นผลทันที 20% ก่อนจะเห็นผลชัดเจน 3-6 เดือน |
| ระยะคงผล | 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิว | 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิว |
| ค่าใช้จ่าย | ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,000 บาทต่อ 100 ช็อต | ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาทต่อ 100 ไลน์ |
