รู้ก่อนฉีด Overfilled Syndrome ภาวะหน้าล้นฟิลเลอร์ ป้องกันได้อย่างไร
เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการได้เลย
ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ
Overfilled Syndrome คือ
ต้องบอกว่า ภาวะ Overfilled Syndrome ก็คือ ผลจากการฉีดสารเติมเต็มหรือฟิลเลอร์ที่มีปริมาณมากเกินไป จนทำให้ใบหน้าเสียสมดุลและเอกลักษณ์ของแต่ละคน แม้ว่าการทำหัตถการจะช่วยเสริมความงามและทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์มากขึ้น แต่การเติมฟิลเลอร์มากเกินไปจะทำให้ใบหน้าดูบวม ผิดสัดส่วน หรืออาจทำให้หน้าแข็งไม่เป็นธรรมชาติ
สาเหตุที่ทำให้เกิด Overfilled Syndrome
ในยุคก่อนหน้านี้ การเติมฟิลเลอร์ให้ดูเต็มเป็นเทรนด์เสริมความงามที่หลายคนเชื่อว่า จะทำให้ตัวเองดูดีขึ้น แต่ในปัจจุบันที่กระแสเปลี่ยนไปและไม่ได้เน้นปริมาณ “ยิ่งเยอะยิ่งดี” อีกต่อไป เรามาดูสาเหตุที่ทำให้เกิด Overfilled Syndrome เพื่อไม่ให้การเติมหน้าของเราเยอะเกินไป
1. ความเชื่อเรื่องการเติมฟิลเลอร์ให้เต็ม:
ต้องบอกว่า การเติมฟิลเลอร์ในปริมาณมากในจุดเดียว อาจทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไปได้และไม่ได้ช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน
2. การทำหัตถการตามกระแส:
เนื่องจากเทรนด์ความงามมักจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ซึ่งการฉีดหน้าเพื่อเปลี่ยนสไตล์ของตัวเองตามเทรนด์ไม่ได้เหมาะกับทุกคน อย่างการทำแก้มป่อง หรือเน้นโหนกแก้มให้หน้าดูคมขึ้น แต่ถ้าหากโครงสร้างเดิมของใบหน้าไม่ได้ตรงกับเทรนด์เหล่านั้น อาจทำให้ต้องฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณมากเพื่อให้ตรงกับสไตล์ที่ต้องการ จนเกิดเป็นภาวะหน้าล้นในที่สุด
3. ประสบการณ์ของแพทย์:
หากแพทย์ขาดความเข้าใจในเรื่องกายวิภาค หรือไม่กล้าแนะนำผู้มาใช้บริการอย่างตรงไปตรงมาก็อาจทำให้ประเมินปริมาณในการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่เหมาะสมได้ รวมถึงแพทย์ควรให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับใบหน้าของคนไข้มากที่สุด แทนที่จะเป็นการเติมจนมากเกินไปนั่นเอง
4. การฉีดบ่อยเกินไป:
แม้หลายคนจะฉีดฟิลเลอร์ต่อครั้งในปริมาณที่เหมาะสม แต่การกลับไปเติมฟิลเลอร์บ่อยเกินไป โดยที่ของเก่ายังไม่สลายตัวดี จะทำให้เกิดการสะสมจนใบหน้าดูแน่นและบวม จนผิดธรรมชาติได้เช่นกัน
Overfilled Syndrome ส่งผลอย่างไร
เนื่องจากการเติมหน้าเยอะเกินไปหรือ Overfilled Syndrome ทำให้หน้าของเราดูผิดธรรมชาติแล้ว เรามาดูลักษณะของใบหน้าที่เข้าข่ายภาวะหน้าล้นกัน
- แก้มป่อง (Pillow Face): โหนกแก้มจะดูเต็มและกลมแน่นจนเกินไป จนทำให้กลางใบหน้าดูบวมใหญ่ผิดปกติ
- รอยยิ้มที่ดูตึง ไม่เป็นธรรมชาติ: เมื่อมีภาวะหน้าล้น เวลายิ้มจะทำให้กล้ามเนื้อบนใบหน้าดูตึง รวมถึงแก้มยกสูงจนเบียดดวงตาให้ดูเล็กลงอีกด้วย
- ริมฝีปากอวมอิ่มเกินไป (Duck Lips): ริมฝีปากดูหนาเกินไปและยื่นออกมาอย่างชัดเจน จนเสียสมดุลกับส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า
- คางแหลมผิดปกติ: เมื่อรูปทรงคางดูไม่เป็นธรรมชาติ จึงไม่รับกับแนวกรามและกรอบหน้า หรือหลายคนเรียกว่า คางแม่มด
- ใบหน้าขาดมิติและดูแข็งทื่อ: สิ่งที่หลายคนต้องการอย่างสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) จะหายไป จนหน้าดูแบน กว้าง ดูแข็งและไม่มีส่วนโค้งเว้าตามธรรมชาติ
วิธีแก้ไข Overfilled Syndrome
แม้ว่าภาวะหน้าล้นหรือ Overfilled Syndrome จะดูน่ากังวลไม่น้อยกับคนที่อยากมีใบหน้าดูเป็นธรรมชาติ แต่เรายังมีวิธีแก้ไขอยู่เช่นกัน
- ใช้เอนไซม์ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) เพื่อสลายฟิลเลอร์ส่วนเกินออกไปได้ แต่จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์เสียก่อน
- รอให้สลายไปเอง หากเป็นเคสที่ไม่ได้เติมฟิลเลอร์มากเกินไป เนื่องจากฟิลเลอร์สามารถสลายได้ตามธรรมชาติ
การฉีดสลายฟิลเลอร์ ทำอย่างไร
ภาวะหน้าล้น Overfilled Syndrome ป้องกันอย่างไร
สำหรับใครที่กำลังสนใจทำหัตถการอย่างการเติมฟิลเลอร์อยู่ ยังไม่ต้องกังวลไป เพราะว่าเราสามารถป้องกันไม่ให้เกิดภาวะหน้าล้นได้ ตามคำแนะนำจาก Atita Clinic ดังนี้
- เลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์: การป้องกัน Overfilled Syndrome จำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงในการประเมินโครงสร้างกระดูกและชั้นไขมันของแต่ละคนเพื่อวางฟิลเลอร์ในชั้นผิวที่ถูกต้อง และใช้ปริมาณที่พอดีนั่นเอง
- สื่อสารกับแพทย์อย่างตรงไปตรงมา: การปรึกษากับแพทย์มีความสำคัญอย่างมาก เราควรจะแจ้งปัญหากับแพทย์โดยตรงและรับฟังคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด
- เริ่มจากปริมาณน้อยและค่อย ๆ เพิ่มขึ้น: เราไม่จำเป็นต้องเติมฟิลเลอร์ให้เต็มจนเปลี่ยนรูปหน้า จนไม่เป็นธรรมชาติ ให้เริ่มจากการฉีดในปริมาณที่เหมาะสม ไม่มากเกินไปจะดีที่สุด
- เว้นระยะระหว่างการฉีด: เราไม่ควรฉีดฟิลเลอร์บ่อยจนเกินไป โดยทั่วไปควรเว้นระยะอย่างน้อย 6 เดือน เพื่อให้ฟิลเลอร์เก่าสลายออกไปก่อน หรือในบางกรณีอาจเว้นระยะการฉีดได้ถึง 2 ปีเลยทีเดียว
- ไม่ทำตามเทรนด์อย่างเดียว: แต่ละเทรนด์ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป ซึ่งเพื่อน ๆ ควรปรับใบหน้าที่เหมาะสมกับตัวเองตามธรรมชาติมากกว่า
อาการหน้าล้น (Overfilled) มีอะไรบ้าง
| บริเวณที่ฉีด | ลักษณะที่เข้าข่ายหน้าล้น | ผลลัพธ์ที่ควรจะเป็น (Natural Look) |
|---|---|---|
| โหนกแก้ม/หน้าแก้ม | แก้มดูพองเป็นก้อน เบียดดวงตาขณะยิม | หน้าแก้มดูอิ่มน้ำ มีมิติเวลายิ้มแต่ไม่เป็นก้อน |
| ใต้ตา | ผิวบริเวณใต้ตาดูนูนเป็นลำ หรือดูบวมตุ่ย | ใต้ตาดูเรียบเนียน รอยคล้ำลดลง ดูสดใสขึ้น |
| ริมฝีปาก | ปากเจ่อ ยื่นออกมามากเกินไปจนเสียรูปทรง | ปากดูชุ่มชื้น มีขอบชัดและสัดส่วนรับกับใบหน้า |
| คาง | คางยาวแหลมเกินจริงจนหน้าดูแข็ง | คางเรียวได้รูปรับกับแนวกรามอย่างเป็นธรรมชาติ |
