ไขความลับ Glass Skin คืออะไร Glass Skin ทำยังไง อยากผิวกระจกต้องอ่าน

เทรนด์ผิวสวยถือว่ามาแรงไม่น้อยในประเทศไทย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจที่เพื่อน ๆ หลายคนเริ่มจะมองหาวิธีการทำ Glass Skin หรือผิวกระจกที่ช่วยให้ดูผิวเรียบเนียนสุขภาพดี เพิ่มออร่าให้กับผิวและความมั่นใจให้กับตัวเองได้ไม่น้อยเลย แต่การฟื้นฟูผิวแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ วันนี้ทาง Atita Clinic เลยจะมาไขความลับของ Glass Skin ว่ามีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ไปจนถึงการเลือกทำหัตถการที่ตรงจุดและตอบโจทย์กับสิ่งที่แต่ละคนต้องการมากที่สุด ไปดูกันเลย

เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการได้เลย

ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ

Glass Skin คืออะไร

ขอเริ่มต้นจาก Glass Skin คืออะไร ซึ่งเป็นเทรนด์ที่หลายคนเชื่อว่าเริ่มต้นมาจากประเทศเกาหลีใต้ โดยจะเน้นความเป็นธรรมชาติ มีผิวเนียนใส พร้อมกับเล่นแสงเหมือนกับกระจกนั่นเอง ส่วนใหญ่จะเป็นผิวที่ไร้ริ้วรอย ปราศจากความหมองคล้ำ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า เป็นคนที่มีสุขภาพดีจากภายในและมีการดูแลร่างกายเป็นประจำ จนกระทั่งความนิยมเริ่มกระจายไปยังประเทศต่าง ๆ และเปลี่ยนกระแสของวงการสกินแคร์และหัตถการมาถึงปัจจุบัน

แชร์ 5 วิธีช่วยให้ผิวใสแบบ Glass Skin

แน่นอนว่า การทำผิว Glass Skin จะเน้นไปที่การดูแลร่างกายเป็นหลัก ซึ่งการจะเปลี่ยนให้ตัวเองดูดีและมีผิวที่ดูสุขภาพแข็งแรง ก็จำเป็นจะต้องไปสนใจที่การใช้ชีวิตประจำวัน โดยมีวิธีช่วยบำรุงผิวให้ดูดีดังนี้

1. ทาสกินแคร์ บำรุงผิว

ต้องเริ่มต้นกันด้วยวิธีสุดคลาสสิกก็คือ การบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ ไม่ว่าจะเป็นการล้างหน้าให้สะอาด และบำรุงผิวทุกครั้งหลังทำความสะอาด เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ยืดหยุ่น และมีความแข็งแรงมากขึ้น โดยแนะนำให้เลือกมอยส์เจอไรเซอร์ที่มีส่วนประกอบของไฮยาลูรอน สารต้านอนุมูลอิสระ สาร AHA หรือ BHA เพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าออกไป เช่นเดียวกับการทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากรังสียูวี แม้ว่าจะเป็นวันที่ไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามการทาสกินแคร์อาจไม่ได้ช่วยเรื่องริ้วรอยมากนัก

2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ

การดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับร่างกาย ซึ่งนั่นหมายถึงเซลล์ผิวด้วย เมื่อเราดื่มน้ำให้ปริมาณที่เหมาะสมหรือ 2 ลิตรต่อวัน จะลดโอกาสผิวแห้งขาดน้ำ ไปจนถึงช่วยเพิ่มออกซิเจนในร่างกาย จนทำให้ผิวดูสุขภาพดี มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แนะนำให้ดื่มน้ำตลอดทั้งวันและไม่ควรจะดื่มน้ำทีละเยอะ ๆ เพื่อรักษาสมดุลของน้ำในร่างกายเอาไว้

3. พักผ่อนให้เพียงพอ

แม้ว่าหลายคนจะเลือกทำหัตถการหรือบำรุงผิวด้วยสกินแคร์อย่างเหมาะสมแล้วก็ตาม แต่การพักผ่อนก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอระหว่างที่เรานอนหลับ พร้อมกับหลั่งสารเมลโทนินที่จะช่วยปกป้องเซลล์จากสารอนุมูลอิสระเช่นกัน ตามปกติคนเราควรจะพักผ่อนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมง เพื่อเป็นการบำรุงรักษาร่างกายไปในตัว เมื่อเราสุขภาพดีก็จะช่วยให้ผิวสุขภาพดีไปในตัว

4. รับประทานอาหารครบ 5 หมู่

อีกเรื่องที่ขาดไปไม่ได้ก็คือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ไปจนถึงการเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายขาดน้ำโดยไม่จำเป็น รวมถึงการเลือกทานอาหารที่มีคอลลาเจน เช่น น้ำซุปกระดูกหรือหนังปลา ก็ช่วยเติมคอลลาเจนให้กับร่างกายได้เช่นกัน นอกจากนี้ควรจะเลี่ยงอาหารแปรรูปและของหวานที่มีน้ำตาลสูงเกินไป

5. ทำหัตถการที่เหมาะสม

การทำ Glass Skin ที่เห็นผลอาจจำเป็นจะต้องปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์และให้คำแนะนำที่ตรงกับปัญหาของแต่ละคน นอกจากนี้แพทย์ยังสามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกิจกรรมต่าง ๆ ที่แต่ละคนทำได้ในแต่ละวัน รวมถึงติดตามผลหลังทำหัตถการ จนถือว่าเป็นอีกตัวเลือกการดูแลผิวที่น่าสนใจ โดยเพื่อน ๆ สามารถทำหัตถการอย่าง Rejuran, Sculptra, Radiesse หรือ Profhilo ได้นั่นเอง

แนะนำหัตถการทำผิว Glass Skin

เราได้เกริ่นกันไปแล้วว่า มีหัตถการอะไรบ้างที่สามารถช่วยให้เพื่อน ๆ มี Glass Skin ซึ่งเราจะไปเจาะลึกแต่ละตัวกัน

1. Rejuran

เร่ิมจาก Rejuran ที่เป็นสาร PN หรือ Polynucleotide ที่สกัดมาจาก DNA ของปลาแซลมอน มีคุณสมบัติในการฟื้นฟูและกระตุ้นการทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่ช่วยให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระจ่างใสมากขึ้น พร้อมเพิ่มความแข็งแรงของผิวให้เรียบเนียนขึ้น จนกลายเป็น ผิวกระจกนั่นเอง โดยหัตถการนี้จะแนะนำให้ฉีดประมาณ ฉีด 3 ครั้งแรก และแนะนำให้ฉีดห่างกัน 4 สัปดาห์ครับ

2. Sculptra

อีกหนึ่งหัตถการที่หลายคนรู้จักกันดี โดย PLLA (Poly-L-Lactic Acid) เป็นส่วนประกอบหลัก มีหน้าที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้เกิดการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติออกมา ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นลึก ปรับโครงสร้างผิวจากภายในให้มีความยิดหยุ่น แน่นกระชับ

3. Radiesse

เป็นนวัตกรรมที่ช่วยในการฟื้นฟูสุขภาพผิวและโครงสร้างผิวที่มี CaHA (Calcium Hydroxylapatite microsphere) เป็นส่วนประกอบ ถือเป็นการฟื้นฟูผิวแบบองค์รวม ที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ทั้ง Collagen Type I, Collagen Type III, Elastin, Angiogenesis และ Proteoglycan ในตัวเดียว รวมถึงสามารถคงผลลัพธ์ได้ค่อนข้างนานถึง 2 ปีขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลตัวเองของแต่ละเคส

4. Profhilo

มากันที่หัตถการที่มี Hyaluronic Acid เป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีคุณสมบัติในการฟื้นฟูคุณภาพผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน จนทำให้ผิวดูอิ่มน้ำและเรียบเนียนมากขึ้น เพิ่มความยืดหยุ่น จนทำให้ผิวดูกระจ่างใส มีความฉ่ำวาว โดยหัตถการนี้ควรฉีด 2 ครั้งห่างกันประมาณ 4 สัปดาห์ โดยหลังจากฉีดครั้งที่สอง ผิวจะเริ่มดูอิ่มฟูมากขึ้น จากนั้นสามารถกลับมาฉีดซ้ำได้ทุก 6-12 เดือนเพื่อคงผลลัพธ์ให้อยู่ได้นานขึ้น

ตารางเปรียบเทียบหัตถการทำผิว Glass Skin

สภาพและปัญหาผิว ผลลัพธ์ที่ต้องการ โปรแกรมที่แนะนำเพื่อ Glass Skin
ผิวหมองคล้ำ รูขุมขนกว้าง รอยสิวเยอะ ผิวฉ่ำวาว เล่นแสง สะท้อนเงากระจกแบบเกาหลี Rejuran (PN แซลมอนบริสุทธิ์)
ผิวแห้งกร้าน ขาดน้ำ แต่งหน้าไม่ติด ผิวอิ่มน้ำ เปล่งปลั่ง ชุ่มชื้นลึกจากภายใน Profhilo (Pure HA เข้มข้นสูง)
ผิวเริ่มบาง ขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็ก ๆ โครงสร้างผิวหนาแน่น เฟิร์มกระชับ ยั่งยืนระยะยาว Sculptra / Radiesse (Biostimulator)

อยากผิวกระจก ทำ Glass Skin ที่ไหนดี

อย่างที่หลายคนรู้กันว่า ปัญหาผิวของแต่ละคนไม่เหมือนกัน หากเพื่อน ๆ กำลังมองหาคลินิกที่จะทำหัตถการให้ได้ผิว Glass Skin ขอแนะนำ Atita Clinic ที่พร้อมให้คำปรึกษาด้วยแพทย์ที่มีประสบการณ์เพื่อทำการประเมินสภาพผิวและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละเคสมากที่สุด เพื่อให้ได้ผิวสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save