ทางลัดแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า ด้วยหัตถการความงาม

ทางลัดแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า ด้วยหัตถการความงาม

หน้าเป็นฝ้า หรือมีลักษณะรอยปื้นสีน้ำตาลอ่อน-น้ำตาลเข้มที่พบได้บ่อยบริเวณแก้ม หน้าผาก จมูก เป็นปัญหาผิวที่ทำให้หลาย ๆ คนสูญเสียความมั่นใจไม่น้อย และยังต้องคอยเสียเวลาแต่งหน้าเพื่อปกปิด หรือเสาะหาวิธีดูแลรักษาให้ฝ้าดูจางลงกว่าเดิม ซึ่งวันนี้ Atita Clinic เราได้รวบรวมเอาเคล็ดลับในการดูแลปัญหาฝ้าทั้งด้วยธรรมชาติ และหัตถการความงามมาแนะนำให้ทุกคนกัน

ฝ้าคืออะไร

ฝ้าเป็นความผิดปกติของผิวหนังที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินมากเกินไปในบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า ทำให้เกิดเป็นจุดหรือแผ่นสีน้ำตาลที่มีขนาดและรูปร่างต่างกัน ซึ่งมักพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ฝ้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่อาจส่งผลต่อความมั่นใจและการมีภาพลักษณ์ที่ดีของแต่ละบุคคล การรักษาฝ้าในปัจจุบันมีหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ครีมทาภายนอกไปจนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย

ฝ้ามีกี่ชนิด

  • ฝ้าชั้นผิวหนัง (Epidermal Melasma) – เป็นฝ้าที่เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังส่วนนอก มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลชัดเจน มักตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าชนิดอื่น ๆ
  • ฝ้าชั้นผิวหนังใน (Dermal Melasma) – เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังส่วนใน มีสีน้ำตาลแกมเทา การรักษาใช้เวลานานกว่าและยากกว่าฝ้าชั้นผิวหนังนอก
  • ฝ้าผสม (Mixed Melasma) – เป็นฝ้าที่เกิดขึ้นทั้งในชั้นผิวหนังนอกและใน เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และการรักษาต้องใช้วิธีการที่หลากหลายร่วมกัน
  • ฝ้าจากแสงแดด (Solar Melasma) – เกิดจากการสะสมของความเสียหายจากรังสี UV ในระยะเวลายาวนาน มักพบในผู้ที่ต้องออกแดดเป็นประจำหรือไม่ป้องกันแสงแดด

บริเวณที่พบฝ้าได้บ่อย

  1. แก้ม – เป็นบริเวณที่พบฝ้าได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะบริเวณกระดูกแก้มที่โดนแสงแดดง่าย มักเป็นแผ่นสีน้ำตาลขนาดใหญ่และไม่สม่ำเสมอ
  2. หน้าผาก – ฝ้าบริเวณหน้าผากมักเกิดเป็นแผ่นกว้าง โดยเฉพาะบริเวณกึ่งกลางหน้าผากที่ได้รับแสงแดดโดยตรง
  3. จมูก – บริเวณจมูกและรอบ ๆ จมูกเป็นจุดที่โดนแสงแดดมาก จึงเป็นตำแหน่งที่พบฝ้าได้บ่อย
  4. ใต้ตา – บริเวณใต้ตาและกระปุกตามักมีฝ้าเกิดขึ้น ทำให้ดูเหมือนมีถุงใต้ตาหรือหน้าตาดูเหนื่อยล้า
  5. ปาก – บริเวณรอบปากและมุมปากอาจมีฝ้าเกิดขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนบ่อย ๆ
  6. คาง – ฝ้าบริเวณคางมักเกิดร่วมกับการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน โดยเฉพาะในช่วงตั้งครรภ์หรือใช้ยาคุมกำเนิด

หน้าเป็นฝ้าเกิดจากอะไรได้บ้าง 

ฝ้า มีสาเหตุหลัก ๆ มาจากการที่ผิวหนังมีการผลิตเม็ดสีเมลานินในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกิดเป็นรอยปื้นสีน้ำตาลอ่อน เข้ม หรืออาจเป็นสีดำเห็นชัดบนใบหน้า ซึ่งปัจจัยที่กระตุ้นทำให้หน้าเป็นฝ้าเห็นชัด มีดังนี้

  • รังสี UV ในแสงแดด โดยเฉพาะรังสี UVA และ UVB ที่ไม่เพียงแต่จะก่อให้เกิดอนุมูลอิสระทำร้ายผิวแล้ว ยังมีส่วนกระตุ้นการผลิตของเม็ดสี จึงปรากฏเป็นลักษณะของฝ้า กระ และจุดด่างดำได้
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่างกาย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้หญิงวัยทอง หรือแม้แต่ผู้ที่การทานยาคุมกำเนิด ก็มีโอกาสที่ระดับฮอร์โมนจะผันผวน และกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดสีเพิ่มมากขึ้น จนนำไปสู่ปัญหาหน้าเป็นฝ้าในที่สุดได้
  • สารเคมีในเครื่องสำอาง หรือสกินแคร์บางชนิด ที่มีส่วนทำให้ผิวหน้าบาง ไวต่อรังสี UV จึงทำให้เกิดฝ้าได้ง่ายกว่าปกติ
  • พันธุกรรม ถ้าในครอบครัวมีประวัติเป็นฝ้า โอกาสที่จะเกิดฝ้าก็จะสูงขึ้น เพราะมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมของความไวต่อการสร้างเม็ดสี
  • ผิวหนังอักเสบ การเกิดสิว การขูดขีด หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองผิว จะทำให้เกิดการอักเสบและตามมาด้วยการเกิดจุดด่างดำ
  • อายุที่เพิ่มขึ้น เมื่ออายุมากขึ้น ผิวหนังจะสะสมความเสียหายจากแสงแดดและมีการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ ทำให้เกิดฝ้าและจุดด่างดำได้ง่ายขึ้น

การแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้าแบบธรรมชาติ

หากส่องกระจกแล้วสังเกตว่าหน้าเป็นฝ้า มีรอยหมองคล้ำเห็นชัดจนรู้สึกเป็นกังวล และอยากฟื้นบำรุงสีผิวให้มีความสม่ำเสมอแลดูกระจ่างใสมากขึ้นได้แบบง่าย ๆ ด้วยตัวเอง การใช้สมุนไพรธรรมชาติเหล่านี้บำรุงผิว สามารถช่วยคุณได้ ดังต่อไปนี้ 

1. มะนาว

มะนาวอัดแน่นไปด้วยกรดผลไม้จำพวก AHA ที่มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวโดยเฉพาะ สามารถช่วยจัดการปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำตื้น ๆ ได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังช่วยลดการอักเสบของผิวได้อีกด้วย โดยใช้น้ำมะนาวสดแต้มลงบนบริเวณที่หน้าเป็นฝ้า ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำทำต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง จะช่วยให้ฝ้าแลดูจางลงได้

2. มะละกอ

มะละกอในที่นี้จะต้องเป็นมะละกอสุกสีส้มเท่านั้น ซึ่งจะมีเอนไซม์จำพวกปาเปนที่มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิวอยู่  ช่วยลดปัญหาหน้าเป็นฝ้า เพิ่มความกระจ่างใส และปรับสีผิวให้มีความสม่ำเสมอมากขึ้นได้ โดยนำเอามะละกอมาบดหรือปั่นให้ละเอียด จากนั้นพอกหน้าให้ทั่วบริเวณ ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด ก็จะสัมผัสได้ถึงผิวที่เนียนนุ่มและกระจ่างใสเมื่อทำอย่างต่อเนื่องสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง 

3. ใบบัวบก

สารสกัดในใบบัวบกขึ้นชื่อว่าช่วยต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นถ้าอยากได้ผิวที่แข็งแรง ห่างไกลจากปัญหาฝ้า กระ จุดด่างดำ และต้องการชะลอไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย แนะนำให้ใช้น้ำใบบัวบกคั้นสดมาใช้แทนโทนเนอร์ได้เลย โดยเช็ดผิวได้ในทุก ๆ วันโดยไม่ต้องล้างออก ก็จะช่วยฟื้นบำรุงผิวหน้าให้แข็งแรงและกระจ่างใสมากขึ้น 

4. หัวไชเท้า

ในหัวไชเท้านั้นมีสารที่เรียกว่าไกลโคไซด์ที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีผิวเมลานินอยู่ จึงสามารถช่วยลดการเกิดฝ้าและจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยนำหัวไชเท้าไปแช่เย็น จากนั้นนำมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำผึ้ง หรือว่านหางจระเข้ก็ได้ แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด แนะนำทำต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ 

รวมหัตถการความงามแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า

รวมหัตถการความงามแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า

ถ้ากลัวว่าการดูแลปัญหาหน้าเป็นฝ้าด้วยวิธีธรรมชาติจะใช้เวลานานเกินไปกว่าจะเห็นผล หรือกังวลอาการระคายเคืองผิวหลังพอกหน้าด้วยสมุนไพรธรรมชาติต่าง ๆ Atita Clinc ขอแนะนำทางเลือกลัดในการกำจัดฝ้า ด้วยหัตถการความงามอย่างเมโสหน้าใส ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

1. เมโสหน้าใส

เมโสหน้าใส หรือการอาศัยวิตามิน อาหารผิวนานาชนิดฉีดเข้าไปในผิวหนังชั้นกลางเพื่อบำรุงผิวอย่างล้ำลึก สามารถดูแลปัญหาผิวได้หลากหลาย ทั้งหน้าเป็นฝ้า กระ จุดด่างดำ ผิวหมองคล้ำ ปัญหาสิว ริ้วรอย ผิวแห้งกร้าน หรือแม้แต่เสริมสร้างความแข็งแรงให้แก่ผิว สามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของผิวตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำภายใน 7 วัน ทั้งนี้ขอแนะนำให้เข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด

2. Pico Laser

Pico Laser คือเทคโนโลยีนี้ใช้พลังงานเลเซอร์ที่มีความเร็วสูงในระดับพิโกวินาที ซึ่งช่วยกำจัดเม็ดสีที่ก่อให้เกิดฝ้าได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบ ข้อดีของการรักษาด้วย Pico Laser คือใช้เวลาในการรักษาสั้น มีระยะพักฟื้นน้อย และมีความเสี่ยงต่อการเกิดผลข้างเคียงต่ำ นอกจากนี้ ยังเหมาะสำหรับผิวคนเอเชียที่มีเม็ดสีเข้ม ผู้รับการรักษามักรู้สึกเจ็บน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเลเซอร์ชนิดอื่น และให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ผิวดูสว่างใสขึ้น 

การดูแลตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฝ้า

นอกจากการดูแลปัญหาหน้าเป็นฝ้าด้วยวิธีการใช้สมุนไพรธรรมชาติ และอาศัยหัตถการความงามต่าง ๆ แล้ว เพื่อเป็นการชะลอการเกิดฝ้าใหม่ และป้องกันไม่ให้ฝ้าเก่ากลับมาเป็นอีก แนะนำให้ดูแลตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฝ้า ดังนี้ 

  • หลีกเลี่ยงการเผชิญกับแสงแดดโดยตรง แนะนำให้หมั่นทาครีมกันแดดคุณภาพสูง ที่มีค่า SPF50 ขึ้นไป และสวมใส่อุปกรณ์กันแสงแดด เช่น หมวก หรือร่มกันยูวี  ทุกครั้งที่ต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอาง สกินแคร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันผิวสัมผัสกับสารเคมีอันตรายที่ทำให้ผิวบางและเกิดฝ้าได้ง่าย
  • รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผลไม้ตระกูลซิตรัส ผลไม้ตระกูลเบอร์รี มะเขือเทศ ฝรั่ง
  • เลี่ยงการทานยาคุมกำเนิด หรือยาควบคุมฮอร์โมนที่มีผลข้างเคียงทำให้เกิดฝ้า และควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรก่อนรับประทานยาเหล่านี้

หน้าเป็นฝ้า เป็นแล้วสามารถดูแลและป้องกันให้ฝ้าแลดูจางลงได้ แต่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลา และอาศัยวิธีการดูแลรักษาฝ้าที่เหมาะสม รวมถึงหมั่นดูแลสุขภาพผิวให้ถูกวิธี เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าเดิมที่เป็นอยู่รุนแรงกว่าเดิม และช่วยป้องกันการเกิดฝ้าใหม่ในอนาคตร่วมด้วย 

หากคุณมีปัญหาฝ้ากระ กวนใจ และต้องการกลับมามีสีผิวสม่ำเสมออีกครั้ง Atita Clinic เรามีเครื่องเลเซอร์ที่ได้มาตรฐาน นำเข้ามาอย่างถูกต้อง พร้อมมีแพทย์คอยให้คำปรึกษาปัญหาผิวอย่างตรงจุด มั่นใจได้เลยว่าคุณจะได้รับบริการที่น่าพึงพอใจอย่างแน่นอน

จองรับโปรที่ อทิตา คลินิก

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save