ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม? วิธีลดความเสี่ยงที่ควรรู้!

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการปรับรูปหน้าและเติมเต็มริ้วรอย แต่หลายคนยังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด” มีความเป็นไปได้หรือไม่ เพราะข่าวการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์และการฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ก็มีให้เห็นในสื่อโซเชียลมีเดียมากมาย บทความนี้จะแนะนำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงและวิธีการป้องกัน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน

ฟิลเลอร์คืออะไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวบริเวณต่าง ๆ เช่น ริ้วรอย ร่องลึก และช่วยปรับรูปหน้าในบริเวณหน้าผาก ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม จมูก ปาก ให้ผิวดูอวบอิ่มและอ่อนเยาว์ ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีส่วนประกอบของ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกาย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และหากเกิดปัญหาก็สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดได้จริงไหม?

การฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้จริง แม้จะพบได้น้อยมาก แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องตระหนัก โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้ฟิลเลอร์หรือมีอาการแพ้สารต่าง ๆ ง่าย สาเหตุหลักเกิดจากการที่สารเติมเต็มไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงดวงตา ทำให้เกิดภาวะ Central Retinal Artery Occlusion (CRAO) ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงจอประสาทตา เซลล์ถูกทำลาย และนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงที

สถิติและความเป็นไปได้ในการเกิดภาวะตาบอด

จากรายงานการศึกษาพบว่า ทั่วโลกมีการฉีดฟิลเลอร์มากถึง 3.7 ล้านครั้งต่อปี แต่พบรายงานผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเพียงประมาณ 40 รายต่อปีเท่านั้น โดยพบมากในประเทศเกาหลีใต้และจีน จากสถิติผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ดวงตา พบว่ามีประมาณ 28% ที่มีอาการตาบอด โดยจากผู้ที่เกิดภาวะตาบอด มี 49% ที่ตาบอดถาวร 29% สูญเสียการมองเห็นบางส่วน และ 20% สามารถรักษาให้กลับมาเห็นได้

สาเหตุที่ทำให้ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการตาบอดหลังฉีดฟิลเลอร์ มักเกิดจากความผิดพลาดในกระบวนการฉีด โดยเฉพาะการฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ ซึ่งอาจฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรง ทำให้ฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา นอกจากนี้ การใช้ฟิลเลอร์ประเภทที่ไม่ใช่ HA อย่างซิลิโคนเหลวหรือพาราฟิน ซึ่งไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติและไม่สามารถฉีดสลายได้ ก็เพิ่มความเสี่ยงอย่างมากเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อน

ตำแหน่งบนใบหน้าที่เสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อน

บริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์มีดังนี้

  • จมูก (40.6%) – เนื่องจากบริเวณจมูกมีเส้นเลือดเชื่อมโยงกับดวงตา โดยเฉพาะในส่วนของ Dorsal และ Lateral Nasal artery
  • หน้าผากและบริเวณระหว่างคิ้ว (46.7%) – มีเส้นเลือด Supratrochlear และ Supraorbital artery ที่เชื่อมโยงกับดวงตา
  • ร่องแก้ม – มีเส้นเลือดที่เชื่อมโยงกับดวงตา แม้พบการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้น้อยกว่า แต่ก็มีความเสี่ยง
  • บริเวณใกล้ลูกตา – เช่น ฟิลเลอร์ใต้ตา มีความเสี่ยงหากฉีดใกล้ลูกตาและแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์เพียงพอ

วิธีลดความเสี่ยงจากการฉีดฟิลเลอร์ให้ปลอดภัย

เพื่อลดความเสี่ยงจากการฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด มีข้อควรปฏิบัติที่สำคัญดังนี้

วิธีลดความเสี่ยงจากการฉีดฟิลเลอร์

1. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้รับการรับรอง

เลือกใช้ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid (HA) ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องเท่านั้น และควรขอดูกล่องยาและการแกะซีลต่อหน้าก่อนฉีด หลีกเลี่ยงฟิลเลอร์ที่อ้างว่าอยู่ได้นาน 2-5 ปี เพราะฟิลเลอร์ HA จะอยู่ได้ไม่เกิน 2 ปี การที่คลินิกอ้างว่าฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่านั้นอาจเป็นสัญญาณของการใช้สารที่ไม่ปลอดภัย หรือฟิลเลอร์ปลอมนั่นเอง

2. เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง

คลินิกที่ได้มาตรฐานจะมีใบอนุญาตประกอบกิจการคลินิกที่ถูกต้อง มีเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์กระทรวงสาธารณสุข 

3. ฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์

แพทย์ที่มีประสบการณ์จะมีความรู้เกี่ยวกับกายวิภาคของใบหน้า เข้าใจตำแหน่งของเส้นเลือดและโครงสร้างสำคัญ มีเทคนิคการฉีดที่ปลอดภัย และสามารถรับมือกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที หากเกิดอาการตาบอด การแก้ไขต้องทำภายใน 90 นาทีเพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ตายอย่างถาวร

4. ศึกษารีวิวและผลตอบรับจากผู้รับบริการก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์ ควรศึกษาข้อมูลและอ่านรีวิวจากผู้ที่เคยใช้บริการจริง หลีกเลี่ยงคลินิกที่มีการโฆษณาเกินจริงหรือราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจมีการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์

ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี?

การฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเป็นความเสี่ยงที่พบได้น้อยมาก แต่ก็เกิดขึ้นได้จริงหากไม่ระมัดระวัง การเลือกฉีดฟิลเลอร์ที่คลินิกที่ได้มาตรฐานและฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ที่อทิตาคลินิก เรามีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มาอย่างยาวนาน ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับการฉีดสลายฟิลเลอร์ในกรณีที่จำเป็น หากคุณกำลังมองหาคำตอบว่า “ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี” และได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ อทิตาคลินิกพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด ติดต่อนัดหมายได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 094-324-4442 หรือไลน์ @atitaclinic

ฉีดฟิลเลอร์ที่ Atita Clinic

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save