เปรียบเทียบชัดๆ Oligio vs Ultraformer III เลือกทำเครื่องไหนดี ต่างกันอย่างไร

ว่ากันด้วยเรื่องของเครื่องยกกระชับ ชื่อใหม่ ๆ อย่าง Oligio ก็เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่หลายคนเริ่มให้ความสนใจมากขึ้น เพราะสามารถกระชับผิว ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้าได้แบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งเพื่อน ๆ อาจจะเคยอยากเปรียบเทียบ Oligio vs Ultraformer III ว่าตัวเองเหมาะกับเครื่องไหนมากกว่า เนื่องจากทั้งสองเครื่องต่างมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกัน พร้อมหลักการทำงานและคำแนะนำที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พร้อมกับคลินิกที่ช่วยตอบโจทย์ปัญหามากที่สุด
Oligio vs Ultraformer III atita clinic

เลือกอ่านหัวข้อ ยกกระชับ ที่ต้องการได้เลย

ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ

Oligio vs Ultraformer III ทำงานต่างกันอย่างไร

เนื่องจากเครื่องยกกระชับผิวเป็นหนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมกันไม่น้อย ไปจนถึงชื่อของ Oligio และ Ultraformer III ต่างก็เป็นสองเครื่องที่หลายคนพูดถึงกัน แม้หลักการทำงานจะแตกต่างกัน แต่ข้อดีของทั้งสองเครื่องนี้ก็คือ การยกกระชับผิวและลดริ้วรอยเพื่อให้ผิวของเราดูอ่อนเยาว์ลง ว่าแล้วก็ไปดูการทำงานของสองเทคโนโลยีนี้กัน

Oligio ทำงานอย่างไร

นี่คือเครื่องยกกระชับผิวด้วยคลื่นวิทยุ Monopolar RF ความถี่ 6.78 MHz ที่ออกแบบมาสำหรับการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ซึ่งสามารถส่งคลื่นได้ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ และชั้นไขมันได้ดี จนช่วยให้ผิวตึงกระชับขึ้น โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ทำลายผิวชั้นบนอีกด้วย โดยเครื่องจะปล่อยพลังงาน Monopolar Capacitive Radio Frequency ด้วยความร้อนประมาณ 40-45°C แล้วความร้อนตรงนี้จะช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างคอลลาเจนจากคอลลาเจนที่หดตัวลง จนร่างกายจะฟื้นฟูและจัดเรียงเส้นใยคอลลาเจนใหม่จนทำให้ผิวมีโครงสร้างที่แน่นและกระชับมากขึ้น ไปจนถึงช่วยสลายไขมันส่วนเกินใต้ผิว

ส่วน Oligio X มีที่เป็นรุ่นใหม่ จะมีเทคโนโลยี G-Mode ที่ช่วยส่งพลังงานได้ลึกและแรงขึ้นกว่ารุ่นเดิม แต่ยังคงความสบายผิวด้วยระบบ Cooling ที่พัฒนามาอย่างดีอีกด้วย

Ultraformer III ทำงานอย่างไร

อีกหนึ่งเครื่องที่ใช้คลื่นเสียงอัลตราซาวด์ความเข้มข้นสูง หรือที่หลายคนเรียกรวม ๆ ว่า HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) โดยเครื่องนี้จะส่งพลังงานความร้อนลงลึกได้อย่างแม่นยำไปยังชั้นผิว รวมถึงชั้น SMAS (Superficial Musculo-Aponeurotic System) หรือชั้นผิวที่แพทย์ใช้ในการดึงหน้า เพื่อกระตุ้นการหดตัวของชั้นผิวและสร้างคอลลาเจนใหม่ไปในตัว ในส่วนนี้จะช่วยยกกระชับผิวได้ดีและไม่ต้องพักฟื้นอีกด้วย สำหรับการทำงานของเครื่องนี้จะปล่อยพลังงานความร้อนที่ 60-70°C ลงไปสู่ชั้นผิวลึก ด้วยจุดโฟกัส 0.5-1 มม. ที่มีลักษณะเป็นจุดไข่ปลาเล็ก ๆ และเป็นเส้นเพื่อยกกระชับผิวตามแนวที่ต้องการ เมื่อผิวโดนความร้อน จนหดตัวก็จะกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจนใหม่ ส่งผลให้ผิวแน่น ตึง และยกกระชับมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมแก้ตรงจุดที่ต้องการอีกด้วย

ข้อดี Oligio vs Ultraformer III มีอะไรบ้าง

ก่อนจะไปดูการเทียบของ Oligio vs Ultraformer กันตรง ๆ เราไปดูข้อดีที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจกัน

ข้อดีของ Oligio

  • ลงลึกครอบคลุมทุกชั้นผิว และชั้นไขมัน
  • มีระบบทำความเย็น Cooling System ที่ช่วยลดความเจ็บขณะรักษา
  • ใช้เวลาในการทำหัตถการน้อย ประมาณ 20-30 นาทีต่อครั้ง
  • ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้ทันทีหลังจากทำ
  • มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่นได้

ข้อดี Ultraformer III

  • สามารถลงลึกได้ตั้งแต่ชั้นผิวหนังแท้ ชั้นไขมันและชั้น SMAS
  • มีหัวยิงให้เลือกหลายระดับ ซึ่งเหมาะกับการแก้ปัญหาได้ทุกชั้นผิว
  • ไม่เป็นอันตราย ไม่ต้องพักฟื้น
  • สามารถทำร่วมกับหัตถการอื่นได้
  • สามารถทำบริเวณใต้ตาและรอบดวงตาได้โดยไม่เป็นอันตราย

ข้อเสียของ Oligio vs Ultraformer III มีอะไรบ้าง

แม้ว่าทั้ง Oligio และ Ultraformer III จะมีข้อดีอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือ หากคลินิกใช้เครื่องที่ไม่ได้มาตรฐาน อย่างเครื่องปลอม หรือของเลียนแบบที่ปล่อยพลังงานออกมาไม่สม่ำเสมอ อาจทำให้เกิดผิวไหม้ หรือรอยแผลเป็นได้ ส่วนข้อพิจารณาอื่น ๆ ที่อยากแนะนำเพื่อน ๆ มีดังนี้

ข้อพิจารณาก่อนทำของ Oligio

1. ผลลัพธ์อยู่ได้ไม่นานเท่ากับเครื่องหัตถการอย่าง Thermage หรือ Ulthera โดยเฉลี่ยประมาณ 6-12 เดือน

2. ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 6-12 เดือน จึงจำเป็นต้องทำซ้ำเป็นระยะเพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ต่อเนื่อง ซึ่งในระยะยาวอาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า

3. หากเป็นกรณีที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก การใช้ Oligio อาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน เมื่อเทียบกับ Thermage หรือ Ulthera ซึ่งผลลัพธ์อาจแตกต่างกันได้ บางคนอาจเห็นผลน้อยกว่าหรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และปัจจัยอื่น ๆ

ข้อเสียของ Ultraformer III

1. ขณะทำอาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อย (ก่อนทำมีการแปะยาชา) ซึ่งการทำ Hifu ที่ได้ประสิทธิภาพนั้น อาจมีความรู้สึกปวด ๆ ตึง ๆ บริเวณใต้ชั้นผิว

2. หากต้องการรักษาผลลัพธ์ให้อยู่ได้นาน จำเป็นต้องกลับมาทำซ้ำ เพราะผลลัพธ์ของ Ultraformer III ไม่สามารถอยู่ได้ถาวร

ตารางเทียบ Oligio vs Ultraformer III ต่างกันอย่างไร

ตอนนี้แต่ละคนน่าจะรู้แล้วว่า Thermage vs Ulthera Prime ทำงานกันอย่างไร และระยะเห็นผลอยู่ที่เท่าไหร่ เราจะไปดูกันต่อว่า ใครบ้างที่เหมาะกับหัตถการทั้งสอง
ข้อเปรียบเทียบ Oligio Ultraformer III
พลังงาน Monopolar Radio-Frequency High-Intensity Focused Ultrasound
ชั้นผิว หนังกำพร้า หนังแท้ ชั้นไขมัน หนังกำพร้า หนังแท้ ชั้นไขมัน และชั้น SMAS
หัวยิง มี 2 ขนาด (สำหรับตาและใบหน้า) ในรุ่นปกติ ขณะที่รุ่น X มี 3 ขนาด (สำหรับตา ใบหน้า และลำตัว) และระบบทำความเย็น หัวยิงหลายความลึก ตั้งแต่ 1.5 - 4.5 มม.
เหมาะกับใคร คนที่มีไขมันใต้ผิวค่อนข้างมาก คนที่มีรูขุมขนกว้าง คนที่มีผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง คนที่มีไขมันใต้ผิว คนที่มีผิวหย่อนปานกลาง คนที่ต้องการยกกระชับ ปรับรูปหน้า
ตำแหน่ง ใบหน้า รอบดวงตา ใบหน้า รอบดวงตา ลำคอและร่างกาย
ระยะเวลาในการทำ 20-30 นาที 30-50 นาที
ระยะเวลาเห็นผล ระยะเวลาเห็นผล หลังทำจะเห็นผลทันที 20% ก่อนจะเห็นผลชัดเจน 3-6 เดือน
ระยะคงผล 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิว 5-6 เดือน ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองและสภาพผิว
ค่าใช้จ่าย ราคาเริ่มต้นประมาณ 5,000 บาทต่อ 100 ช็อต ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000 บาทต่อ 100 ไลน์

Oligio vs Ultraformer III ทำร่วมกันได้ไหม

ถึงจะเป็นเครื่องยกกระชับเหมือนกัน แต่ Oligio กับ Ultraformer III ยังสามารถทำร่วมกันได้ เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ทำงานในชั้นผิวที่ต่างกัน โดยทาง Ultraformer จะยกกระชับได้ถึงระดับชั้น SMAS ขณะที่ Oligio จะกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้และชั้นไขมัน หากทำร่วมกันจะช่วยให้ผิวละเอียดมากขึ้นดูสุขภาพดีขึ้น แต่อาจต้องให้แพทย์ประเมินและเว้นระยะห่างตามความเหมาะสมเช่นกัน

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Oligio vs Ultraformer III

เลี่ยงทำกิจกรรมที่มีความร้อนสูงเป็นเวลา 1 สัปดาห์
ทั้ง Oligio และ Ultraformer III ต่างเป็นเทคโนโลยีที่ผ่านการรับรองจากประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศไทย
ผลข้างเคียงเล็กน้อยของ Oligio หลังการรักษา อาจมีรอยแดง อาการบวม หรือรู้สึกแสบร้อน ซึ่งผลข้างเคียงเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1-2 วัน ขณะที่ Ultraformer III ก็อาจมีรอยแดงเช่นกัน หรือมีอาการปวดบริเวณกรามที่สามารถหายได้เองภายใน 5-7 วัน

บทสรุป เปรียบเทียบชัด ๆ Oligio vs Ultraformer III

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับการเปรียบเทียบ Oligio vs Ultraformer III ไม่ว่าจะเป็นหลักการทำงาน เหมาะกับใคร ไปจนถึงราคาและคำถามที่พบบ่อย ซึ่งคนที่กำลังสนใจ Oligio เพื่อยกกระชับและสลายไขมันก็สามารถเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ของ Atita Clinic ซึ่งเป็นคลินิกที่มีประสบการณ์มานานกว่า 20 ปี พร้อมเน้นการปรับยกกระชับใบหน้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ และตอบโจทย์คนที่ต้องการเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า รวมถึงมีโปรโมชั่นสำหรับเครื่อง Oligio และ Oligio X ให้เพื่อน ๆ ได้ใช้กันอีกด้วย

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save