เจาะลึก ฉีด Pure Collagen คืออะไร Pure Collagen ดีไหม ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร

หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องคอลลาเจนสดหรือ Pure Collagen กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการทำหัตถการที่น่าสนใจอย่างมาก สำหรับคนที่ต้องการให้ผิวอิ่มฟู ชุ่มชื้นและดูสุขภาพดี โดยไม่จำเป็นต้องปรับรูปหน้าและเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างชัดเจน แต่เพื่อน ๆ อาจจะยังสงสัยกันว่า แล้วคอลลาเจนสดแบบนี้มีข้อดีอย่างไร ต่างจากฟิลเลอร์ตามปกติแค่ไหน ไปจนถึงแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง ราคาเท่าไหร่ และควรจะเลือกฉีดกับคลินิกที่ไหนดี วันนี้ Atita Clinic จะพาไปหาคำตอบกัน
Pure Collagen

เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการได้เลย

ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ

Pure Collagen คืออะไร

สำหรับ Pure Collagen หรือคอลลาเจนสด จะเป็นการฉีด Atelocollagen ซึ่งเป็นคอลลาเจน Type I ที่มีโครงสร้างคล้ายกับคอลลาเจนในผิวหนังของมนุษย์มากที่สุด เรียกได้ว่า เป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์พร้อมใช้นั่นเอง เมื่อเราฉีดเข้าสู่ชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) ไปแล้วจะสามารถเข้ามาเติมเต็มคอลลาเจนที่สูญเสียไปได้ทันที จึงเป็นทางเลือกที่ไม่ต้องรอให้ร่างกายกระตุ้นอีกด้วย

Pure Collagen ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร

ก่อนหน้านี้หลายคนอาจเลือกการเติมฟิลเลอร์เพื่อช่วยฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มมากขึ้น แต่การมาของ Pure Collagen อาจทำให้คนสงสัยว่า มีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน เราสามารถแยกความแตกต่างได้ดังนี้

Pure Collagen:
เน้นการฟื้นฟูผิวให้ชุ่มชื้น อิ่มฟู ผิวดูละเอียดมากขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยเติมเต็มร่องลึก หรือปรับรูปใบหน้า

ฟิลเลอร์:
เป็นสารเติมเต็มเพื่อใช้ในการปรับโครงสร้างใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นการเติมร่องลึก พยุงผิว ปรับรูปหน้าหรือเพิ่มวอลลุ่มบนใบหน้าตามจุดต่าง ๆ

Pure Collagen vs Biostimulator แตกต่างกันอย่างไร

มีหลายคนที่เปรียบเทียบ Pure Collagen กับ Biostimulator กันไม่น้อย ซึ่งเราสามารถเทียบความแตกต่างกันได้ดังนี้
หัวข้อเปรียบเทียบ Pure Collagen Biostimulator
กลไกหลัก เติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง
เห็นผลเมื่อไหร่ เห็นผลทันที (ผิวอิ่มฟูฉ่ำวาว) ใช้เวลา 3-4 สัปดาห์ขึ้นไป
ความโดดเด่น ผิวกระจก Glass Skin ผิวอิ่มน้ำ ผิวแน่นตึงแข็งแรง ยกกระชับ
ระยะเวลาคงผลลัพธ์ 6 - 12 เดือน (เมื่อฉีดต่อเนื่อง) 18 - 24 เดือน
เหมาะกับ กู้ผิวเร่งด่วน ผิวแห้งขาดน้ำ ปรับโครงสร้างผิว ต้องการความยั่งยืน

Pure Collagen ช่วยอะไรได้บ้าง

ข้อดีที่ทำให้หลายคนหันมาฉีด Pure Collagen กันมากขึ้น จะมีตั้งแต่เพิ่มความชุ่มชื้นไปจนการช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น

  • เติมความชุ่มชื้น: ช่วยให้ผิวอิ่มฟู ฉ่ำวาว หรือใครที่อยากมี Glass Skin หลังทำทันที สามารถมองเป็นตัวเลือกได้เลย
  • กระชับรูขุมขน: ปรับผิวให้เนียนละเอียดมากขึ้น เนื่องจากชั้นผิวมีความตึงมากขึ้น
  • เสริมโครงสร้างผิวให้แน่น: ผิวจะมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
  • ลดริ้วรอยเล็ก ๆ: หากใครที่มีริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตาหรือบนใบหน้า การฉีดคอลลาเจนสดสามารถแก้ปัญหานี้ได้เช่นกัน
  • ลดการอักเสบ: ช่วยฟื้นฟูผิวที่อ่อนแอ หรือมีรอยแดงให้จางลง

Pure Collagen ฉีดตำแหน่งไหนได้บ้าง

ต้องบอกว่า เราสามารถฉีด Pure Collagen ได้หลายตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับปัญหาที่แต่ละคนต้องการ

  • ใต้ตา
  • หน้าผาก
  • ลำคอ
  • ทั่วใบหน้า

Pure Collagen ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน

คำถามต่อมาก็คือ Pure Collagen จะต้องฉีดบ่อยแค่ไหน และการฉีดแต่ละครั้งอยู่ได้นานหรือเปล่า ซึ่งการทำหัตถการในลักษณะนี้จะไม่ได้อยู่กับเราอย่างถาวร และย่อยสลายไปตามธรรมชาติในช่วงเวลาประมาณ 6-12 เดือนด้วยกัน โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาพผิว อายุและพฤติกรรมการใช้ชีวิตนั่นเอง ส่วนการฉีดคอลลาเจนสดแต่ละครั้งจะอยู่ได้นานเท่าไหร่ ตามปกติแล้ว การฉีดคอลลาเจน 1 ครั้ง จะมีผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 4 สัปดาห์ โดยช่วง 2 สัปดาห์แรก ผิวของเราจะชุ่มชื้นมากขึ้นและดูสดใสขึ้นอย่างชัดเจน จากนั้นผลลัพธ์จะค่อย ๆ ลดลงเนื่องจากร่างกายสามารถสลายคอลลาเจนได้เองตามธรรมชาติ เพราะ Pure Collagen เป็นสารที่ออกแบบมาเพื่อการฟื้นฟูผิวในระยะสั้นหรือดูแลอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะเห็นผลในระยะยาว จึงทำให้แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดต่อเนื่องประมาณ 3 ครั้ง ภายใน 4 สัปดาห์ เพื่อสะสมคอลลาเจนในชั้นผิวให้มีความหนาแน่นมากขึ้น และเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมากขึ้น จากนั้นเราสามารถฉีดซ้ำได้ในช่วง 3 เดือนเพื่อเสริมความแข็งแรงของผิว พร้อมกับชะลอการเกิดริ้วรอยใหม่ไปในตัว

Pure Collagen อันตรายไหม

ต้องบอกว่า Pure Collagen มีความปลอดภัยสูงผ่านการใช้เทคโนโลยีการสกัดขั้นสูง โดยนำ Telopeptide ที่อาจกระตุ้นการแพ้ออกไป จนเหลือเพียงแค่ Atelocollagen ที่มีความบริสุทธิ์และมีโครงสร้างใกล้เคียงกับคอลลาเจนในผิวมนุษย์มากขึ้น ลดโอกาสแพ้ลงไป นอกจากนี้ยังไม่ใช่สารที่ตกค้างในร่างกายและสามารถสลายไปได้เองตามกระบวนการธรรมชาติ จึงเป็นสารที่อันตรายน้อยมากเมื่อเทียบกับสารคอลลาเจนแบบเดิม

ฉีด Pure Collagen ที่ไหนดี

ก่อนที่ทุกคนจะเลือกฉีด Pure Collagen กัน เราจะมาบอกข้อพิจารณาสำหรับการเลือกคลินิกที่ให้บริการ เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ผลลัพธ์ที่ถูกใจมากที่สุด

1.เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน: ให้บริการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ มีใบอนุญาต และสะอาดปลอดเชื้อ

2.ใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้ตรวจสอบได้: ก่อนจะเข้ารับหัตถการ เราสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์ได้ผ่าน QR Code เพื่อเช็คล็อตการผลิตได้

3.ให้คำปรึกษาก่อนทำ: แพทย์จำเป็นต้องประเมินสภาพผิวหน้า แนะนำยี่ห้อและปริมาณที่เหมาะกับปัญหาของแต่ละคนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เนื่องจากสภาพผิวของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน หากมีแพทย์ที่เอาใจใส่เพื่อวิเคราะห์ปัญหาของแต่เคส จึงมีความสำคัญไม่แพ้กัน

Pure Collagen ราคาเท่าไหร่ ?

ตามปกติแล้ว Pure Collagen จะมีราคาตั้งแต่ 19,000-25,000 บาทเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ต้องใช้และยี่ห้อของคอลลาเจนสดเหล่านั้น แต่ทาง Atita Clinic ยังมีโปรโมชั่นของ Pure Collagen อย่าง Collaju, Therafill และ Karisma ที่น่าสนใจ รวมถึงสามารถเข้ามาปรึกษากับคลินิกได้เลย

FAQ เจาะลึก ฉีด Pure Collagen คืออะไร

หลังฉีดคอลลาเจนสดแล้ว เพื่อน ๆ อาจจะมีอาการบวมเพียงเล็กน้อยจากรอยเข็ม ถือว่าเป็นอาการปกติที่พบได้ทั่วไปหลังจากทำ โดยบริเวณผิวที่ฉีดจะมีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็ก ๆ และจะค่อย ๆ ยุบตัวหายไปเองภายในไม่กี่ชั่วโมง
- จะมีเพียงแค่รอยแดงจากเข็ม อาการบวมหรือช้ำเล็กน้อย แต่จะสามารถหายไปได้เอง

- สามารถแยกความแตกต่างของทั้งสองได้ดังนี้

  • คอลลาเจนสด มีส่วนช่วยฟื้นฟูผิวในทันที ทำให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มฟู ผิวดูละเอียดขึ้น แต่เนื่องจากคอลลาเจนเป็นสารที่ร่างกายสามารถย่อยสลายได้ ผลลัพธ์จึงอยู่ในระยะสั้น-กลาง จึงเหมาะกับการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วนมากกว่า
  • Biostimulator จะกระตุ้นการทำงานของ Fibroblast เพื่อให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นเองในระยะยาวแทน กว่าจะเห็นผลลัพธ์จึงต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน แต่ยังมีความคงทนมากกว่า จึงเหมาะกับคนที่ต้องการฟื้นฟูผิวในระยะยาว

บทสรุป เจาะลึกฉีด Pure Collagen คืออะไร

วันนี้เราก็ได้เห็นแล้วว่า ทำไม Pure Collagen ถึงมาแรงและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการฟื้นฟูผิว เหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวดูสุขภาพดีและสดใสมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่ไม่เน้นการเปลี่ยนรูปหน้า แต่อย่างไรก็ตาม การฉีดคอลลาเจนสดก็สามารถทำควบคู่กับหัตถการอื่น อย่างการเติมฟิลเลอร์หรือใช้เครื่องยกกระชับได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเพื่อน ๆ จะต้องปรึกษากับหมอเสียก่อนเพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่ตรงจุดมากที่สุดนั่นเอง

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save