หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง? เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะการดูแลตัวเองนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทานอาหาร การนอน หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์มาฝากกัน เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
Table of Contents
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์
-
ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ทันที
-
- หลังฉีดเสร็จ ควรพักในห้องที่มีอุณหภูมิเย็นสบาย 18-23 องศา
- สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้หลังจากฉีด 1 ชั่วโมง
- หากมีอาการปวด สามารถทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ทุก 4-6 ชั่วโมง
- หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด นวด หรือแตะต้องบริเวณที่ฉีด
- งดการแต่งหน้าบริเวณรอยเข็มที่ฉีด
-
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ 3 – 48 ชั่วโมง
-
- สามารถล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ ได้ แต่ไม่ควรโดนน้ำนานเกิน 15 นาที
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก กิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก
- งดการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ต้องเจอความร้อน
- งดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
- หากต้องการประคบเย็น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
-
การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ 3-14 วัน
-
- วันที่ 3-7 สามารถขยับใบหน้าได้ตามปกติ แต่ไม่ควรขยับมากเกินไป เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่
- หากยังมีอาการบวมหรือรอยช้ำหลังวันที่ 3 ให้ติดต่อกลับคลินิกเพื่อรับการดูแลเพิ่มเติม
- ช่วงวันที่ 7-10 รอยช้ำจะค่อยๆ จางลง แต่ยังไม่ควรประคบร้อน
- อาจคลำพบก้อนฟิลเลอร์ได้ในบางจุด ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ นิ่มลงภายใน 2-3 สัปดาห์
- วันที่ 14 อาการบวมจะยุบลงเกือบ 100% และฟิลเลอร์จะเริ่มกลืนไปกับเนื้อเยื่อใบหน้า
-
การดูแลตัวเองหลังฉีดฟิลเลอร์ 1 เดือน
-
- งดการทำทรีตเมนต์ที่ใช้ความร้อนทุกชนิด เช่น RF, Thermage อย่างน้อย 1 เดือน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 1.5-2 ลิตร เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์คงสภาพได้นานขึ้น
- สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ แต่ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อนจัด
- ดูแลผิวหน้าให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ
- หากต้องการเพิ่มเติมฟิลเลอร์ ควรรอให้ครบ 1 เดือนก่อน
หลังฉีดฟิลเลอร์กลางคืน มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไร?
- นอนในห้องแอร์ที่อุณหภูมิ 18-23 องศา
- หนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าหน้าอกอย่างน้อย 2 ใบ
- หลีกเลี่ยงการนอนตะแคง ควรใช้หมอนข้างกั้นทั้งซ้ายและขวาใน 2-3 คืนแรก
- หากมีอาการปวดมาก สามารถทานยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
- งดการกดทับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
หากสงสัยว่า ฉีดฟิลเลอร์กี่วันเข้าที่? สามารถอ่านต่อได้ที่นี่!
ข้อควรระวังหลังฉีดฟิลเลอร์แต่ละบริเวณ
การฉีดฟิลเลอร์ในแต่ละตำแหน่งมีข้อควรระวังที่แตกต่างกัน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เรามาดูกันว่าแต่ละบริเวณควรระวังอะไรบ้าง
หลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ห้ามอะไรบ้าง
ฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นทรีตเมนต์ยอดนิยมที่ช่วยแก้ปัญหาร่องลึกใต้ตา ทำให้ดวงตาดูสดใสขึ้น แต่เนื่องจากเป็นบริเวณที่บอบบาง จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ
- ห้ามขยี้ตาหรือกดบริเวณใต้ตาอย่างเด็ดขาด
- แต่งหน้าได้ แต่ควรเลี่ยงบริเวณรอยเข็ม
- หลีกเลี่ยงการสวมแว่นตาที่หนักเกินไป
- ควรทานยาตามที่แพทย์สั่งจนครบ เพื่อลดการบวมและป้องกันการติดเชื้อ
หลังฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม ห้ามอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้มเป็นการเติมเต็มร่องลึกบริเวณแก้มให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น หลังจากการรักษาผู้เข้ารับบริการควรให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองเป็นพิเศษในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ การบวมหรือรอยช้ำเล็กน้อยเป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง
- หลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดในช่วง 2 สัปดาห์แรก เนื่องจากอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนที่หรือกระจายตัวไม่สม่ำเสมอ และควรนอนหงายโดยไม่นอนตะแคงในคืนแรก
- งดการออกกำลังกายหนักและกิจกรรมที่ต้องก้มหน้านานๆ เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพราะอาจทำให้เกิดการบวมมากขึ้น ควรประคบเย็นเพื่อลดอาการบวมในช่วง 24 ชั่วโมงแรก
หลังฉีดฟิลเลอร์ขมับ ห้ามอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์ขมับช่วยเพิ่มมิติให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น การดูแลหลังการรักษามีความสำคัญมาก เนื่องจากบริเวณขมับมีเส้นเลือดและเส้นประสาทสำคัญหลายเส้น จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และควรทำความสะอาดใบหน้าอย่างเบามือ ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกัดเป็นเวลา 1 สัปดาห์
- งดการใส่แว่นตาที่มีน้ำหนักมากในช่วงแรก และควรสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรง ตามองเห็นผิดปกติ หากพบต้องรีบปรึกษาแพทย์ทันที
หลังฉีดฟิลเลอร์ปาก ห้ามอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์ปากเป็นการเพิ่มความอวบอิ่มให้ริมฝีปาก บริเวณนี้มักมีการบวมชัดเจนในช่วงแรก แต่จะค่อยๆ ยุบลงภายใน 1-2 สัปดาห์ การดูแลที่ถูกต้องจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามเป็นธรรมชาติ
- งดการแต่งหน้าบริเวณปากในวันแรก และควรทาลิปมันเพื่อความชุ่มชื้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือดึงริมฝีปาก และไม่ควรจูบหรือใช้หลอดดูดในช่วง 1 สัปดาห์แรก
- ระวังการรับประทานอาหารร้อนจัดหรือเผ็ดจัดในช่วงแรก และควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อช่วยลดการบวม ประคบเย็นเป็นระยะในวันแรกเพื่อบรรเทาอาการไม่สบาย
หลังฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก ห้ามอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์หน้าผากช่วยเพิ่มมิติและแก้ไขรอยบุ๋มต่างๆ ผู้เข้ารับการรักษาควรระมัดระวังในการดูแลตนเองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยและอาจส่งผลต่อการกระจายตัวของฟิลเลอร์
- หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำในคืนแรก และไม่ควรสวมที่คาดผมแน่นเกินไปเป็นเวลา 1 สัปดาห์ งดการนวดหน้าหรือใช้เครื่องนวดหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์
- ควรหลีกเลี่ยงการขมวดคิ้วหรือเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อหน้าผากมากเกินไปในช่วงแรก และระวังไม่ให้โดนแสงแดดจัดโดยตรงเป็นเวลา 1 สัปดาห์
หลังฉีดฟิลเลอร์คาง ห้ามอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์คางช่วยปรับรูปหน้าให้สมดุลและสวยงามขึ้น การดูแลหลังการรักษาที่ถูกต้องจะช่วยให้ฟิลเลอร์อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและได้ผลลัพธ์ที่ดี
- หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำหรือกดบริเวณคางในช่วง 2 สัปดาห์แรก และควรรับประทานอาหารอ่อนๆ ในช่วงแรกเพื่อลดการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบริเวณคาง
- งดการบีบนวดคางและหลีกเลี่ยงการใส่หน้ากากที่กระชับแน่นเกินไปในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรสังเกตอาการผิดปกติและรีบปรึกษาแพทย์หากมีความกังวล
สรุปบทความ หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง
การฉีดฟิลเลอร์ต้องอาศัยประสบการณ์ของแพทย์และการดูแลหลังการรักษาที่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการฉีดที่ร่องแก้ม ขมับ ปาก หน้าผาก หรือคาง ล้วนต้องการการดูแลที่เหมาะสมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
สำหรับคนที่กำลังมองหาว่าจะฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี? Atita Clinic เรามีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ดูแลเคสปรับรูปหน้ามาแล้วกว่า 100,000 เคส คลินิกเราให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้เข้ารับบริการเป็นอันดับแรก เราพร้อมให้คำแนะนำการดูแลตลอดการรักษาตั้งแต่ขั้นตอนปรึกษาไปจนถึงหลังการรักษา เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สามารถติดต่อเราได้ที่ 094-324-4442 หรือไลน์ @atitaclinic และเช็กโปรโมชันสุดพิเศษได้ที่เว็บไซต์ของอทิตาคลินิก



