Volnewmer vs Oligio เลือกอันไหนดี ต่างกันอย่างไร อทิตามีคำตอบ
เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการได้เลย
ลงทะเบียนรับส่วนลดพิเศษ
Volnewmer vs Oligio คืออะไร
ต้องบอกก่อนว่าทั้ง Volnewmer และ Oligio เป็นเครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุส่งความร้อนลงไปยังชั้นผิวลึก โดยใช้ความถี่อยู่ที่ 6.78 MHz ซึ่งความร้อนที่ส่งลงไปนี้จะช่วยกระตุ้นการหดตัวของคอลลาเจนเดิม และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้คือผิวดูแน่นกระชับขึ้น เรียบขึ้น และยืดหยุ่นได้ดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องพักฟื้นนาน
- Volnewmer:
เป็นเทคโนโลยีที่เน้นการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม พลังงานถูกออกแบบให้ปล่อยอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอลงลึกถึงชั้นเนื้อแท้และไขมัน ผิวกระชับขึ้นและกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน - Oligio:
เป็นเทคโนโลยีที่เน้นผลลัพธ์ด้านความกระชับมากขึ้น ส่งพลังงานลงได้ลึกถึงชั้นไขมัน ทำให้ผิวหดตัว ผิวหน้ายกกระชับ ริ้วรอยลดเลือนลง และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ได้
Volnewmer vs Oligio ต่างกันอย่างไร
จริงอยู่ที่ Volnewmer และ Oligio จะใช้หลักการเดียวกันในการดูแลผิวหน้านั่นคือการใช้คลื่น RF แต่ทว่าแนวคิดและการออกแบบระบบการทำงานนั้นมีความแตกต่างกันอยู่ในเชิงรายละเอียด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการตอบสนองของผิว
Volnewmer ถูกพัฒนาให้ควบคุมการสะสมความร้อนในผิวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ความร้อนจะกระจายตัวสม่ำเสมอในชั้นผิว ทำให้เนื้อเยื่อเกิดการฟื้นฟูโดยไม่กระตุ้นผิวมากเกินไป กลไกนี้เหมาะกับการปรับคุณภาพผิวโดยรวม เช่น ความแน่น ความเรียบ และความยืดหยุ่น จึงมักให้ผลลัพธ์ที่นุ่มนวลและดูเป็นธรรมชาติ ส่วนสิ่งที่ทำให้เครื่องนี้แตกต่างอย่างชัดเจนก็คือ หัวทิปแบบขอบมน (Curved Tip) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดโอกาสผิวไหม้บริเวณขอบทิป และช่วยให้แนบสนิทกับส่วนโค้งเว้าของใบหน้าได้ดีมากขึ้น
ในขณะที่ Oligio ออกแบบให้พลังงานสามารถลงลึกและเกิดการตอบสนองเชิงโครงสร้างของผิวได้ชัดเจนกว่า ความร้อนจะส่งผลต่อการหดตัวของคอลลาเจนในระดับที่มากขึ้น ทำให้ผิวรู้สึกแน่นและกระชับขึ้นอย่างชัดเจน เหมาะกับผิวที่เริ่มสูญเสียแรงพยุงหรือมีความหย่อนคล้อยให้เห็น
Volnewmer vs Oligio มีข้อดีอย่างไร
การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและผ่านการรับรอง ควรพิจารณาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังต่อไปนี้
- การประเมินโดยแพทย์และประสบการณ์ของแพทย์
คลินิกจะต้องมีการประเมินใบหน้าของคนไข้จากแพทย์ที่มีประสบการณ์จริงและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับปัญหาของคนไข้ - ความหลากหลายของหัตถการ
คลินิกที่มีเทคโนโลยีหลากหลายย่อมสามารถออกแบบการรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนได้มากขึ้น - มาตรฐานของคลินิก
การเลือกคลินิกที่แพทย์มีใบรับรองหรือชื่อเสียงที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยเป็นเครื่องการันตีให้เราได้ในระดับหนึ่ง
ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถพบได้ที่ Atita Clinic ค่ะ เพราะเรามีแนวคิดหลักคือการเลือกหัตถการให้เหมาะกับโครงหน้าและสภาพผิวของแต่ละบุคคล ไม่ใช้สูตรสำเร็จเดียวกับทุกคน เพื่อให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติและเสริมความมั่นใจไปในตัว
Volnewmer
- ช่วยให้ผิวดูแน่น ฟู และเรียบเนียน
- ความรู้สึกขณะทำค่อนข้างสบาย
- เหมาะกับการดูแลผิวในระยะยาว
- ผิวดูสดใสขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป
Oligio
- ช่วยยกกระชับผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย
- เหมาะกับการเน้นกรอบหน้าและความกระชับ
- เห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดกว่าในบางเคส
- ใช้เป็นตัวเลือกเมื่อผิวเริ่มต้องการการดูแลเชิงโครงสร้างมากขึ้น
ตารางเปรียบเทียบ Volnewmer vs Oligio
| รายละเอียด | Volnewmer | Oligio |
|---|---|---|
| ลักษณะพลังงาน | RF นุ่มนวล | RF เข้มข้นกว่า |
| ความรู้สึกขณะทำ | สบาย | อุ่น–ร้อนระดับกลาง |
| เหมาะกับใคร | ผิวเริ่มเปลี่ยน ต้องการฟื้นฟู | ผิวหย่อนคล้อยระดับต้น–กลาง |
| เห็นผลเมื่อไหร่ | ค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2–4 สัปดาห์ | เริ่มรู้สึกกระชับเร็วกว่า |
| ลักษณะผลลัพธ์ | ผิวแน่น ฟู เป็นธรรมชาติ | ยกกระชับชัดขึ้น |
Volnewmer vs Oligio เลือกทำตัวไหนดี
คำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัย แล้วจะเลือกทำตัวไหนดีล่ะ? นี่คือเหตุผลที่คลินิกแทบจะทุกที่มักจะเสนอให้เราเข้าไปปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะคำตอบนี้ไม่ได้ตายตัวสำหรับทุกคนค่ะ เช่นเดียวกันกับที่ Atita Clinic เรามีแนวคิดหลักคือ ไม่เลือกเครื่องให้คน แต่จะเลือกให้เหมาะกับผิวมากที่สุด ซึ่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจะทำการประเมินจากหลายปัจจัยก่อน เช่น ความหนาผิว ระดับความหย่อนคล้อย โครงหน้า และความคาดหวังของผลลัพธ์
หากผิวยังแข็งแรง แต่อยากให้ดูแน่น ใส และอ่อนเยาว์
Volnewmer อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมมากกว่า แต่ถ้าหากเริ่มเห็นความหย่อนคล้อยและอยากเน้นการยกกระชับ Oligio อาจตอบโจทย์มากกว่า ซึ่งในบางกรณีอาจวางแผนการรักษาแบบผสมผสาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สมดุลและดูเป็นธรรมชาติที่สุดนั่นเองค่ะ
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ Volnewmer vs Oligio
แม้ว่าทั้งสองหัตถการนี้จะขึ้นชื่อเรื่องการทำแบบไม่ต้องพักฟื้นเลย แต่การดูแลผิวก็ยังเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ค่ะ โดยหลังทำหัตถการนี้แล้วคนไข้ควรที่จะดูแลผิวดังนี้
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพื่อช่วยกระบวนการฟื้นฟูผิว
- หลีกเลี่ยงความร้อนจัด เช่น ซาวน่า หรือแดดแรงในช่วงแรก
- หมั่นทาครีมบำรุงและกันแดดอย่างสม่ำเสมอ (SPF 50+) ควรสวมหมวกหรือกางร่มหากจำเป็นต้องออกกลางแจ้ง
- งดการทำหัตถการอื่น ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
