ถุงใต้ตาบวม เกิดจากอะไร รักษาให้หายยังไง?

ถุงใต้ตาบวม เป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุ และไม่สดใส สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งการรักษาด้วยการทาครีมบำรุงดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร แถมยังใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล หลายคนจึงมองหาวิธีลดถุงใต้ตาบวนที่เห็นผลจริง ในบทความนี้เราจึงจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับถุงใต้ตาบวม ถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไร? สามารถแก้ไขด้วยวิธีใดจึงจะเห็นผล?

ถุงใต้ตาบวม คืออะไร

ถุงใต้ตาบวมเป็นภาวะที่ผิวใต้ตาดูบวม นูน หรือหย่อนคล้อย ซึ่งอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราวหรือเป็นปัญหาถาวรได้ ภาวะนี้มักเกิดจากการสะสมของของเหลว ไขมัน หรือการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อรอบดวงตาตามวัย ทำให้ดวงตาดูเหนื่อยล้า ไม่สดใส และอาจส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน

ถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไรได้บ้าง?

การเกิดถุงใต้ตาบวมสามารถมีหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยทางพันธุกรรม การสะสมของของเหลวในร่างกาย พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินในผิวลดลง นอกจากนี้ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การบริโภคโซเดียมสูง ภูมิแพ้ หรือแม้แต่ความเครียด ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดถุงใต้ตาบวมได้

ถุงใต้ตาบวม เป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูโทรม ดูมีอายุ และไม่สดใส สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งการรักษาด้วยการทาครีมบำรุงดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไร แถมยังใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล หลายคนจึงมองหาวิธีลดถุงใต้ตาบวนที่เห็นผลจริง ในบทความนี้เราจึงจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับถุงใต้ตาบวม ถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไร? สามารถแก้ไขด้วยวิธีใดจึงจะเห็นผล?

ถุงใต้ตาบวมเกิดจากอะไรได้บ้าง?

1.พันธุกรรม

ถุงใต้ตาบวมเกิดจากระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อมีความผิดปกติ ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ โดยปกติต่อมไร้ท่อจะทำหน้าที่ผลิตและหลั่งฮอร์โมนที่ควบคุมการไหลเวียนของของเหลวภายในร่างกาย หากระบบการทำงานของต่อมไร้ท่อผิดปกติ จะทำให้ไขมันมารวมกันอยู่ใต้ตา เกิดเป็นถุงใต้ตาบวมนั่นเอง โดยสามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่อายยังน้อย

2.อายุ

เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างผิวจะเสื่อมสภาพลง กระดูกใต้ตาจะยุบตัวลง ทำให้เนื้อเยื่อที่พยุงถุงไขมันบริเวณใต้ตาหย่อนคล้อยลง จนเห็นถุงใต้ตาบวมและยื่นออกมาอย่างชัดเจน

3.โรคภูมิแพ้

คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ เส้นเลือดบริเวณรอบดวงตาจะขยายใหญ่ ผิวใต้ตาจึงบวมกลายเป็นถุงใต้ตาและรอยคล้ำ นอกจากนี้หากภูมิแพ้ขึ้นตา จะทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคืองรอบดวงตา จึงมักเผลอไปขยี้ตาจนผิวหนังรอบดวงตาเกิดการอักเสบ ผิวใต้ตามจึงบวมและหมองคล้ำ

4.พักผ่อนไม่เพียงพอ

การพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน หรือนอนดึก ล้วนส่งผลต่อระบบการทำงานภายในร่างกาย โดยเฉพาะระบบไหลเวียนเลือด โดยปกติเลือดจะถูกสูบฉีดไปตามจุดอื่นตามร่างกาย แต่เมื่อระบบไหลเวียดเลือดทำงานผิดปกติ เลือดจะคั่งบริเวณใต้ตา ทำให้ผิวใต้ตาหมองคล้ำขึ้น และสังเกตเห็นถุงใต้ตาได้ชัดเจนขึ้น

5.อาหารการกิน

การรับประทานอาหารรสเค็ม หรืออาหารที่มีส่วนผสมของเกลือมากเกินไป จะทำให้เกิดการคั่งของของเหลวภายในร่ายกาย โดยเฉพาะบริเวณใต้ดวงตา เป็นเหตุให้กลายเป็นถุงใต้ตานั่นเอง ดังนั้นเมื่อรับประทานอาหารที่มีรสเค็มหรือมีโซเดียมสูง ควรดื่มน้ำเปล่าตามมาก ๆ เพื่อไม่ให้โซเดียมคั่งค้างในร่างกาย

วิธีลดถุงใต้ตา 

หากต้องการลดถุงใต้ตาให้ดูยุบลงและคืนความสดใสให้กับดวงตา สามารถใช้วิธีต่าง ๆ ทั้งการดูแลตนเองด้วยวิธีธรรมชาติ การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง หรือแม้แต่การรักษาทางการแพทย์ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหาและระดับความรุนแรงของอาการ

วิธีลดถุงใต้ตาบวมด้วยตนเอง

สำหรับผู้ที่มีถุงใต้ตาบวมไม่มากหรือเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม เช่น การประคบเย็น การปรับพฤติกรรมการนอน และการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงที่ช่วยลดอาการบวมของผิวรอบดวงตา

1. ลดถุงใต้ตาบวมด้วยการประคบเย็น 

การใช้ความเย็นช่วยให้เส้นเลือดหดตัว ลดการสะสมของของเหลว และลดอาการบวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีง่ายๆ คือการนำช้อนแช่เย็น แตงกวา หรือถุงชาเย็นมาวางบนเปลือกตาประมาณ 10-15 นาที จะช่วยให้ถุงใต้ตาดูยุบลงและดวงตาดูสดใสขึ้น

2. ลดถุงใต้ตาบวมด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ ส่งผลให้ของเหลวสะสมบริเวณใต้ตาและเกิดอาการบวม ดังนั้น การปรับเวลานอนให้เพียงพออย่างน้อย 7-9 ชั่วโมงต่อคืน และหลีกเลี่ยงการนอนดึกเป็นประจำ จะช่วยลดถุงใต้ตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

3. ลดถุงใต้ตาบวมด้วยการทาครีมใต้ตา

การใช้ครีมบำรุงใต้ตาที่มีส่วนผสมช่วยลดอาการบวม เช่น วิตามินอี และไฮยาลูรอนิคแอซิด จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ลดการสะสมของเหลว และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวใต้ตาได้ แนะนำให้ทาครีมโดยใช้นิ้วนางกดเบาๆ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนและให้ผลิตภัณฑ์ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น

วิธีลดถุงใต้ตาทางการแพทย์

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา เป็นหัตถการที่สามารถแก้ไขปัญหาใต้ตาได้อย่างตรงจุด โดยเติมสารไฮยาลูรอนิค แอซิด เข้าไปในบริเวณถุงใต้ตา เพื่อให้ถุงใต้ตาที่เคยบวม หย่อนคล้อย มีความกระชับมากขึ้น รวมทั้งเติมเต็มร่องใต้ตาลึกให้ตื้นขึ้น

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา

  • แก้ไขปัญหาถุงใต้ตา เบ้าตาลึกตาโหลได้อย่างเห็นผล
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น 
  • เห็นผลทันทีหลังจากฉีด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเห็นผลแบบเร่งด่วน
  • สามารถสลายเองได้ตามธรรมชาติ ไม่มีสารตกค้างในร่างกาย

ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาอยู่ได้นานแค่ไหน?

ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อของฟิลเลอร์ ทั้งนี้การดูแลตนเองหลังฉีดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดจะช่วยรักษาอายุของฟิลเลอร์ให้อยู่นานขึ้น

CTA ATITA CLINIC

มาถึงตรงนี้ ผู้อ่านหลายคนคงได้ทราบกันแล้วว่าใต้ตาบวมเกิดจากอะไร จะเห็นได้ว่ามีทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้ ได้แก่ พฤติกรรมการนอนและการกิน รวมทั้งปัจจัยที่ยากจะควบคุม ไม่ว่าจะเป็นพันธุกรรม อายุที่เพิ่มมากขึ้น และโรคภูมิแพ้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยวิธีการทางการแพทย์เพื่อรักษาถุงใต้ตา นั่นก็คือการฉีดฟิลเลอร์นั่นเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดหากต้องการฉีดฟิลเลอร์เพื่อลดถุงใต้ตา คือ การเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ใช้ฟิลเลอร์แท้ และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี ซึ่งที่ Atita Clinic ของเรามีทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มามากกว่า 20 ปี อบรบและศึกษาเทคนิคต่าง ๆ มาแล้วกว่า 16 ประเทศทั่วโลก สามารถให้คำแนะนำคนไข้ที่ต้องการฉีดฟิลเลอร์ โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save