รอยตีนกาเกิดจากอะไร แก้ยังไงให้กลับมาตึงกระชับ

รอยตีนกา เป็นปัญหาใหญ่ของใครหลายคน เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากเมื่ออายุมากขึ้นและสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยรอยตีนกานั้นจะอยู่ในช่วงบริเวณหางตา  เป็นการเสื่อมสภาพของผิวหน้าตามช่วงอายุแต่ก็ยังมีอีกหลายสาเหตุที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดขึ้นได้ เช่น การเจอแสงแดด มลภาวะ อากาศและความเครียด

หรือจะเป็นการแสดงออกทางสีหน้า ไม่ว่าจะเป็นการยิ้ม การหัวเราะก็ทำให้ใบหน้ามีริ้วรอยได้ง่าย สำหรับใครที่มองหาวิธีลดรอยตีนกา ลดผิวหย่อนคล้อย หรือวิธีป้องกันเบื้องต้นอยู่เพื่อต้องการชะลอการเกิดริ้วรอยในอนาคต

รอยตีนกา คืออะไร?

รอยตีนกาเป็นริ้วรอยที่มีลักษณะเป็นเส้นขีดเล็ก ๆ อยู่บริเวณหางตา เกิดขึ้นได้ตามวัยและตามการเสื่อมสภาพของผิว โดยเฉพาะเมื่อยิ้มหรือหัวเราะ รอยเหล่านี้จะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น รอยตีนกามีสองประเภทคือ รอยตีนกาชนิดตื้นที่เกิดจากผิวบริเวณที่โดนแดดมากและผิวบางกว่าจุดอื่น และรอยตีนกาชนิดลึกที่เกิดจากความหย่อนคล้อยของโครงสร้างผิวในชั้นหนังแท้

รอยตีนกาเกิดจากอะไร?

สาเหตุการเกิดรอยตีนกานั้นมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น

1. อายุที่มากขึ้น

อายุที่เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดรอยตีนกา เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ปริมาณคอลลาเจนและอีลาสตินซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและแข็งแรงจะลดลงตามธรรมชาติ ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น มีความยืดหยุ่นน้อยลง ผิวจึงเกิดการหย่อนคล้อยและเกิดรอยพับเป็นริ้วรอยได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตาที่มีผิวบางกว่าส่วนอื่น ๆ ของใบหน้าถึง 40 เปอร์เซ็นต์

2. การแสดงอารมณ์ทางใบหน้า

การแสดงสีหน้าต่าง ๆ เช่น การยิ้ม การขมวดคิ้ว การเพ่ง หรือเลิกคิ้ว ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหางตาเกิดการหดตัวซ้ำ ๆ เมื่อกล้ามเนื้อหดตัวในจุดเดิมบ่อย ๆ ผิวจะเกิดการพับและเกิดเป็นริ้วรอยที่ลึกลงไป ร่างกายของเรามีการกระพริบตาประมาณ 15-20 ครั้งต่อนาที ทำให้กล้ามเนื้อดวงตามีการใช้งานอยู่ตลอดเวลา จึงเกิดริ้วรอยบริเวณนี้ได้ง่าย

3. แสงแดดและมลภาวะ

แสงแดดมีรังสี UV ที่ทำลายเซลล์ผิวและทำให้ผิวแห้ง คล้ำเสีย รวมถึงมลภาวะต่าง ๆ เช่น ควันรถ ฝุ่นละออง สารเคมี เป็นปัจจัยที่เร่งให้ผิวเสื่อมสภาพเร็วขึ้น ทำให้ผิวอ่อนแอและเกิดริ้วรอยได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางอ้อมอื่น ๆ เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ การล้างหน้าแรง ๆ ขยี้ตาบ่อย และการสูบบุหรี่ที่เป็นตัวเร่งให้ผิวเสื่อมสภาพก่อนวัย

ตีนกาเกิดขึ้นตรงไหนได้บ้าง

  • รอยย่นบนหน้าผาก – เกิดจากการขมวดคิ้วหรือแสดงสีหน้าบ่อย ๆ
  • รอยย่นระหว่างคิ้ว – เกิดจากการเพ่งสายตาหรือการขมวดคิ้วเวลาเครียด
  • รอยย่นหางคิ้ว – มักเกิดจากการหรี่ตาหรือเลิกคิ้วซ้ำ ๆ
  • รอยย่นรอบดวงตา – เกิดจากการยิ้มหรือหัวเราะบ่อย ๆ มีลักษณะเป็นขีดคล้ายเท้านก
  • รอยย่นมุมปาก – เกิดจากการยิ้มหรือแสดงอารมณ์บ่อย ๆ
  • รอยย่นสันจมูก – เกิดจากการย่นจมูกซ้ำ ๆ หรือการสัมผัสแสงแดดมาก

รวมวิธีลดริ้วรอยตีนกา

วิธีลดรอยตีนกานั้นมีหลายวิธี และมีวิธีที่สามารถทำเองได้ที่บ้านโดยมีขั้นตอนไม่กี่อย่าง สำหรับผู้ที่มีรอยตีนกาไม่เยอะก็สามารถเลือกใช้วิธีทาครีมเบื้องต้นได้ หรือการรักษาทางธรรมชาติ เช่น การสครับ ซึ่งช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวและสร้างเซลล์ผิวใหม่ แต่ถ้าเกิดมีริ้วรอยเยอะและต้องการที่จะรักษาด้วยวิธีเร่งด่วน เราแนะนำให้คุณรักษาโดยเทคนิคทางการแพทย์เพื่อผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ และเป็นวิธีที่ใช้เวลาไม่นานรวดเร็วทันใจ โดยเราแนะนำ 6 วิธีลดรอยตีนกาดังนี้

1. ฉีดฟิลเลอร์

ลดรอยตีนกาโดยการฉีดฟิลเลอร์   หรือสารเติมเต็ม (Hyaluronic Acid) เป็นตัวช่วยลดริ้วรอย และยังมีส่วนช่วยยกพยุงผิวหน้าให้กลับมาเต่งตึงขึ้นได้อีกด้วย อีกทั้งยังช่วยเสริมความชุ่มชื้นให้บริเวณรอบดวงตาและสามารถลดรอยตีนกาในอนาคตได้อีกด้วย เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยบนใบหน้า และช่วยแก้ปัญหารอยหลุมสิว ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียนได้อย่างเป็นธรรมชาติ

2. ฉีดโบท็อก

ฉีดโบท็อกลดรอยตีนกา เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ได้รับความนิยม โดยสารโบท็อกนั้น จะไปออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็นรอยตีนกา และสามารถลดเลือนริ้วรอยให้จางลงได้ในที่สุด แถมยังช่วยทำให้ผิวกระชับขึ้น ใบหน้าดูอ่อนกว่าวัย เห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 4-5 วันแรกหลังฉีด เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องการคืนความกระชับได้อย่างรวดเร็ว

3. ทำ Hifu

สำหรับวิธีการรักษารอยตีนกาด้วย hifu คือ การรักษาโดยเครื่องเสียงอัลตราซาวนด์ที่มีความเข้มข้นสูง จะทำหน้าที่ปล่อยพลังงานเพื่อไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้คอลลาเจนเพิ่มขึ้น และเรียงตัวอย่างมีระเบียบ ส่งผลให้ริ้วรอยตีนกาตื้นขึ้น ช่วยทำให้ผิวเรียบเนียนได้มากขึ้น ที่สำคัญยังช่วยยกกระชับผิวได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาแก้มหย่อนคล้อย แก้มร่องไม่กระชับ หรือมีปัญหาหลาย ๆ ด้าน สามารถเลือกรักษาด้วยวิธีนี้ได้

4. ทำอัลเทอร่า

การลดรอยตีนกา โดยใช้คลื่นไมโครโฟกัสอัลตราซาวนด์ เพื่อยิงเข้าสู่ใต้ผิวหนังบริเวณที่มีรอยตีนกา ซึ่งมีส่วนช่วยไปกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนังได้อีกด้วย เครื่องตัวนี้จะมีหัวยิงอยู่ 3 ระดับ ในการส่งคลื่นพลังงาน จะทำให้มีความลึกของคลื่นพลังงานที่ลงสู่ชั้นผิวได้ในระดับความลึกที่แตกต่างกันออกไป เพื่อให้พลังงานสามารถลงไปแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดรอยตีนกาโดยไม่ต้องผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้า

5. ทำทรีตเมนต์

การเลือกทำทรีตเมนต์เพื่อลดรอยตีนกา เป็นวิธีการสครับผิวหน้าและจากนั้นบำรุงผิวหน้าด้วยทรีตเมนต์ เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ฟื้นฟูสภาพผิวหน้าสามารถลดรอยย่นที่หน้าผากได้ และยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อบริเวณผิวหน้าได้อีกด้วย วิธีนี้สามารถเลือกทำเองได้ที่บ้านเป็นประจำ แต่ก็จะเห็นผลการทำเพียงเล็กน้อย อาจไม่ได้สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยมเพราะเป็นการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วทำให้เกิดผิวใหม่ที่ชุ่มชื้นดูสุขภาพดีขึ้นอีกด้วย

6. ผ่าตัดยกกระชับ

การผ่าตัดยกกระชับรอยตีนกาเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยวิธีการผ่าตัดนั้นจะเอาหนังตาส่วนเกินบริเวณหางตาตัดออกไปจากผิวหนังที่หย่อนคล้อย จึงได้ผลลัพธ์ที่ดีทำให้ใบหน้ายกกระชับมากยิ่งขึ้นและดูเต่งตึงขึ้นเลยทันที วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีรอยตีนกาลึกมาก ผู้ที่มีอายุมาก หรือผู้มีความต้องการที่จะลบรอยตีนกาแบบถาวร โดยวิธีนี้จะเป็นวิธีที่เหมาะสมและตอบโจทย์ที่สุด

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดรอยตีนกา

  1. ทาครีมกันแดดทุกวันให้ทั่วใบหน้าและรอบดวงตา เพื่อป้องกันรังสี UV จากแสงแดดที่ทำลายสภาพผิว
  2. งดสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่กระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดริ้วรอยต่าง ๆ บนใบหน้า
  3. เติมความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการทามอยส์เจอไรเซอร์ มาส์กหน้า หรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารให้ความชุ่มชื้น
  4. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีวิตามินซีสูง เช่น ผักและผลไม้ต่าง ๆ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลมากเกินไป
  5. หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีมลภาวะสูง เช่น ควันรถ ฝุ่นละออง สารเคมี
  6. หมั่นออกกำลังกายเพื่อช่วยเรื่องระบบหมุนเวียนเลือด
  7. พักผ่อนให้เพียงพอและจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
  8. ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Retinol หรือสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย
  9. หลีกเลี่ยงการล้างหน้าแรง ๆ หรือขยี้ตาบ่อย ๆ ควรล้างหน้าและเช็ดผิวอย่างนุ่มนวล

สรุปบทความ

รอยตีนกาเป็นปัญหาที่ใครต่าง ๆ หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งวิธีการลดรอยตีนกาสามารถทำได้หลากหลายวิธีดังบทความในข้างต้น รับรองเลยว่าทั้ง 6 วิธีนี้ ต้องมีสักวิธีที่ตอบโจทย์คุณได้อย่างแน่นอน หากคุณไม่อยากผ่าตัดเราแนะนำเลือกรักษาวิธีฉีดโบท็อกลดริ้วรอย เป็นการรักษาที่เห็นผลชัดเจนหลังทำและที่สำคัญเลยไม่ต้องพักฟื้น 

หรือใครต้องการที่จะรักษารอยตีนกาด้วยวิธีอื่น ๆ รวมทั้งหากมีปัญหาผิวหน้าอย่างอื่นที่ยังค้างคาใจ ก็สามารถติดตามบทความของเราได้ รับรองเลยว่าบทความของเรามีประโยชน์และเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับคุณได้อย่างแน่นอน หรือหากกำลังมองหาคลินิกที่ดี ๆ สักแห่ง เพื่อจัดการกับปัญหาผิวหน้าดังกล่าว เราแนะนำเลือกรักษาคลินิกที่ได้มาตรฐานอย่าง “อทิตาคลินิก” เราพร้อมดูแลทุกปัญหาเรื่องความงามให้คุณเป็นอย่างดี

จองโปร Atita Clinic

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save