admin

ตาโหล เกิดจากอะไร แก้อย่างไรได้บ้าง

ตาโหล เกิดจากอะไร เบ้าตาลึก แก้อย่างไรได้บ้าง?

ปัญหา “ตาโหล” เป็นหนึ่งในความกังวลด้านความงามที่หลายคนประสบ ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อยล้า ไม่สดใส แม้จะพักผ่อนเพียงพอแล้วก็ตาม ลักษณะตาโหลมักพบได้บ่อยเมื่ออายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในวัย 30 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ไขมันและคอลลาเจนใต้ผิวเริ่มลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะตาโหล เบ้าตาลึกที่ส่งผลต่อความมั่นใจและบุคลิกภาพโดยรวม ตาโหล คืออะไร? ตาโหล หรือ Sunken eyes คือภาวะที่มีร่องลึกรอบดวงตา มองเห็นกระดูกเบ้าตาเป็นขอบชัดเจน ทำให้บริเวณรอบดวงตาดูบุ๋มลง เกิดเป็นเงาคล้ำ ในบางรายที่มีปัญหาตาโหลมาก อาจเห็นชั้นตาเป็นหลายชั้น ส่งผลให้ใบหน้าโดยรวมดูมีอายุมากกว่าความเป็นจริง เหนื่อยล้า ไม่สดใส และส่งผลต่อความมั่นใจในการพบปะผู้คน ตาโหล มีลักษณะเป็นอย่างไร? เห็นขอบกระดูกเบ้าตาชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณใต้คิ้ว มีร่องลึกรอบดวงตา ทำให้เกิดเงา ดูหมองคล้ำ ผิวรอบดวงตาดูบุ๋มลง ทำให้มองเป็นตาโบ๋ ดวงตาดูลึกเข้าไปในเบ้าตา เห็นชั้นตาเป็นหลายชั้น ไม่ชัดเจน ใบหน้าดูเศร้า อิดโรย เหนื่อยล้าตลอดเวลา มองดูแก่กว่าอายุจริง ตาโหล เกิดจากอะไร? ตาโหล เบ้าตาลึก เกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักที่พบบ่อยที่สุดคือการเสื่อมของไขมันและคอลลาเจนตามอายุที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากพันธุกรรมที่มีโครงสร้างกระดูกเบ้าตาลึกตั้งแต่กำเนิด การเคยทำศัลยกรรมตาสองชั้นแล้วเอาไขมันออกมากเกินไป ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง […]

ตาโหล เกิดจากอะไร เบ้าตาลึก แก้อย่างไรได้บ้าง? Read More »

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม

ไขข้อสงสัย! ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาลึกโบ๋ หรือถุงใต้ตา เป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและดูมีอายุมากขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ลง แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม? จะอยู่ได้กี่เดือน? และควรเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจให้คุณหายสงสัยกัน ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ cc ถึงจะเห็นผล ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการเติมเต็มใต้ตาขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคลและการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไปปริมาณที่ใช้จะอยู่ระหว่าง 1-4 cc ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ 1 cc สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหนักและมีปัญหาหน้าแก้มทรุดด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคู่กับฟิลเลอร์บริเวณอื่น เช่น หน้าแก้ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและชัดเจนยิ่งขึ้น ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุของฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม? มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของฟิลเลอร์ ดังนี้ 1. ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นมีลักษณะเนื้อที่แตกต่างกันตามเทคโนโลยีการผลิตและวัตถุประสงค์การใช้งาน ฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นและคงตัวสูงจะสลายตัวช้ากว่าฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียด เช่น ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดทดแทนกระดูกใต้ตาที่ทรุดตัวจะมีความคงทนมากกว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดในชั้นผิวตื้น โดยทั่วไปฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่ใช้ 2. การดูแลตัวเองหลังฉีด การดูแลผิวหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีผลต่ออายุการใช้งานของฟิลเลอร์อย่างมาก การดื่มน้ำมาก ๆ การหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดทับบริเวณที่ฉีด การเลี่ยงความร้อน และการงดพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น สูบบุหรี่

ไขข้อสงสัย! ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม Read More »

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม? วิธีลดความเสี่ยงที่ควรรู้!

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการปรับรูปหน้าและเติมเต็มริ้วรอย แต่หลายคนยังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด” มีความเป็นไปได้หรือไม่ เพราะข่าวการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์และการฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ก็มีให้เห็นในสื่อโซเชียลมีเดียมากมาย บทความนี้จะแนะนำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงและวิธีการป้องกัน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฟิลเลอร์คืออะไร? ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวบริเวณต่าง ๆ เช่น ริ้วรอย ร่องลึก และช่วยปรับรูปหน้าในบริเวณหน้าผาก ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม จมูก ปาก ให้ผิวดูอวบอิ่มและอ่อนเยาว์ ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีส่วนประกอบของ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกาย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และหากเกิดปัญหาก็สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดได้จริงไหม? การฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้จริง แม้จะพบได้น้อยมาก แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องตระหนัก โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้ฟิลเลอร์หรือมีอาการแพ้สารต่าง ๆ ง่าย สาเหตุหลักเกิดจากการที่สารเติมเต็มไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงดวงตา ทำให้เกิดภาวะ Central Retinal Artery Occlusion (CRAO) ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงจอประสาทตา เซลล์ถูกทำลาย และนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงที สถิติและความเป็นไปได้ในการเกิดภาวะตาบอด จากรายงานการศึกษาพบว่า ทั่วโลกมีการฉีดฟิลเลอร์มากถึง 3.7 ล้านครั้งต่อปี แต่พบรายงานผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเพียงประมาณ 40

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม? วิธีลดความเสี่ยงที่ควรรู้! Read More »

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่ ลดรอยช้ำ เพิ่มความเป็นธรรมชาติ

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในวิธีการปรับรูปหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเข็มทู่คืออะไร และทำไมแพทย์จึงเลือกใช้เข็มฉีดฟิลเลอร์แบบนี้? ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ได้พัฒนาเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการใช้เข็มทู่ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการฉีดโดนเส้นเลือด และลดอาการบวมช้ำหลังการทำหัตถการ ฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่คืออะไร? เข็มทู่คืออะไร? เข็มทู่หรือที่เรียกในภาษาทางการแพทย์ว่า “Blunt Cannula” เป็นเข็มที่มีลักษณะพิเศษคือมีปลายกลมมน ไม่มีความคม มีความยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ทำให้สามารถหลบเลี่ยงและป้องกันไม่ให้เข็มบาดเนื้อหรือแทงทะลุเส้นเลือดได้ การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยเฉพาะในจุดที่มีเส้นเลือดเยอะ เช่น ใต้ตา ขมับ และแก้ม อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบวม เขียวช้ำอีกด้วย เปรียบเทียบเข็มทู่กับเข็มแหลม แตกต่างกันอย่างไร?   เข็มฉีดฟิลเลอร์ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันในหลายมิติ ดังนี้ ลักษณะทางกายภาพของเข็มแต่ละแบบ เข็มทู่ – มีปลายเข็มลักษณะกลมมน ไม่มีความคม เวลาฉีดสามารถหลบเส้นเลือดได้ดี ควรเลือกใช้เข็มทู่ที่มีรูเปิดให้ฟิลเลอร์ออกอยู่ที่ปลายเข็ม เพื่อความแม่นยำในการฉีด เข็มแหลม – ปลายเข็มมีความคม สามารถแทงผ่านผิวได้ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ถึงชั้นกระดูก สามารถแทงทะลุผ่านเส้นเลือดได้ ความแม่นยำในการควบคุมทิศทางเข็ม เข็มทู่ – มีความแม่นยำน้อยกว่า แพทย์ต้องมีประสบการณ์ในการใช้เข็ม เพื่อให้แน่ใจว่าเข็มอยู่ในจุดที่ต้องการ และไม่สามารถแทงทะลุไปถึงผิวชั้นลึกได้ เข็มแหลม – การฉีดฟิลเลอร์เข็มแหลมจะมีความแม่นยำและสะดวกในการใช้งานมากกว่า สามารถแทงเข็มไปในผิวชั้นลึกหรือชั้นชิดกระดูกได้

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่ ลดรอยช้ำ เพิ่มความเป็นธรรมชาติ Read More »

กระเปาะแก้ม แก้ไขยังไง

กระเปาะแก้มห้อย แก้มหย่อน แก้มห้อย คืออะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร? “กระเปาะแก้ม” หรือ “แก้มหย่อน” เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยและขาดความสดใส ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น การสูญเสียคอลลาเจน หรือความหย่อนคล้อยของชั้นผิวและไขมันใต้ผิวหนัง กระเปาะแก้มห้อย คือบริเวณแก้มมีการสะสมไขมันบริเวณแก้มเยอะจนแก้มห้อย ย้อยลงมา ทำให้แก้มดูเป็นกระเปาะ มีลักษณะพองออกมาเป็นก้อนเล็กๆบริเวณแก้มล่าง ทำให้ใบหน้าดูกลม แก้มมีความหนาขึ้น ซึ่งสามารถเกิดจากกรรมพันธุ์หรือการสะสมไขมัน ทำให้ดูมีอายุมากกว่าวัย โดยปกติแล้วปัญหานี้จะพบได้เมื่อมีอายุ 25 ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มผลิตน้อยลง กรรมพันธุ์ โครงสร้างใบหน้าของบางคนที่อาจมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว โครงใบหน้าไม่สามารถพยุงกล้ามเนื้อและไขมันได้ดี ทำให้ห้อยย้อย เห็ฯเป็นกระเปาะแก้มชัดกว่าคนทั่วไป อายุที่เพิ่มขึ้น (Aging) เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิต คอลลาเจน และ อีลาสติน ลดลง ทำให้โครงสร้างผิวหนังอ่อนแอ ขาดความยืดหยุ่น และเกิดการหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณแก้มซึ่งเป็นจุดที่ไขมันและกล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวมาก แสงแดดและอนุมูลอิสระ เมื่อโดนแสงแดดบ่อยๆ อนุมูลอิสระทำลายคอลลาเจนในผิวหนังชั้นลึก ทำให้ผิวบางลงและหย่อนคล้อยเร็วขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ดูแลผิวหรือทาครีมกันแดดเป็นประจำ ชีวิตประจำวัน หากไม่ได้ออกกำลังกาย มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่เยอะ ซึ่งอาจจะไปรวมตัวกันอยู่ที่แก้มทำให้แก้มเยอะ  และการสูบบุหรี่ ไม่ทาครีมบำรุงผิวหน้าทำให้แก้มห้อย แก้มย้อยด้วยเพราะผิวจะเสื่อมสภาพก่อนวัย

กระเปาะแก้ม แก้ไขยังไง Read More »

ฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ แก้ได้จริงไหม?

ฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ แก้ได้จริงไหม?

หลายคนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้มักพยายามแก้ไขด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการทาครีม การนอนให้เพียงพอ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด การฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ด้วยฟิลเลอร์จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและเห็นผลทันที โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรังที่ส่งผลให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาจนกระทบต่อความมั่นใจ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร? การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการเติมสารไฮยาลูรอนิค แอซิดเข้าไปในชั้นผิวใต้ตา เพื่อเติมเต็มร่องลึกและแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย โดยสารที่ใช้มีคุณสมบัติคล้ายกับสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ สามารถช่วยลดเลือนรอยคล้ำ ทำให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียน อิ่มฟู และสดใสขึ้น ปัญหาใต้ตา ดำคล้ำ เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง? ปัญหาใต้ตาคล้ำสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ดังนี้ การเป็นภูมิแพ้ ที่ทำให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ตา และมักมีอาการคันจนต้องขยี้ตาบ่อยๆ พันธุกรรม ที่ทำให้ผิวใต้ตาบางและมองเห็นเส้นเลือดได้ชัดเจน อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้คอลลาเจนและกระดูกใต้ตาเริ่มยุบตัว พฤติกรรมการนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้สายตามากเกินไป การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียดและการทำงานหนัก แก้ใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ ด้วยฟิลเลอร์ได้ไหม? การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสารไฮยาลูรอนิค แอซิดที่ฉีดเข้าไปจะช่วยลดการขยายตัวของเส้นเลือดบริเวณใต้ตา พร้อมทั้งช่วยพยุงผิวที่มีการยุบตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ส่งผลให้รอยคล้ำจางลงและผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น แก้ใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ ด้วยฟิลเลอร์ตัวไหนดี? Neuramis Deep (เกาหลี) : ฟิลเลอร์จากเกาหลีที่ช่วยเติมเต็มใต้ตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

ฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ แก้ได้จริงไหม? Read More »

ทำ HIFU ยิงกี่ช็อตถึงจะเห็นผล?

ทำ HIFU ยิงกี่ช็อตถึงจะเห็นผล?

หากคุณกำลังมองหาวิธีการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด HIFU คือหนึ่งในตัวเลือกยอดฮิตที่หลายคนให้ความสนใจ แต่คำถามที่พบบ่อยคือ “HIFU กี่ช็อตถึงจะเห็นผล?” วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำ HIFU ตั้งแต่จำนวนช็อตที่เหมาะสม ระยะเวลาที่จะเห็นผล ไปจนถึงวิธีการดูแลตัวเองหลังทำ  HIFU คืออะไร? HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง ที่สามารถส่งพลังงานลงไปถึงชั้นผิวระดับลึก โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น การทำงานของ HIFU เป็นอย่างไร? HIFU ทำงานด้วยการส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงลงไปยังชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง เมื่อคลื่นไปถึงจุดหมาย จะเกิดความร้อนที่พอเหมาะ กระตุ้นให้เซลล์สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนังเกิดการยกตัวและกระชับขึ้น โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแผลหรือรอยแดง ใครที่เหมาะกับการทำ HIFU? ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับโครงหน้า ผู้ที่มีริ้วรอยแรกเริ่มถึงปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและหางตา ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเหนียง แก้มห้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ที่มีอายุ 25-60 ปี ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อย

ทำ HIFU ยิงกี่ช็อตถึงจะเห็นผล? Read More »

ฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร? ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง?

ฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร? ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง?

ทำไมบางคนฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน? จะเป็นอันตรายไหม? และมีวิธีแก้ไขอย่างไร? หลายคนที่กำลังวางแผนจะฉีดโบท็อก เช่น ฉีดโบท็อกลดกราม แต่มักจะกังวลเมื่อได้ยินรีวิวว่าฉีดแล้วอาจเกิดก้อนหรืออาการบวม ในบทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน พร้อมทั้งวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามคืออะไร? การฉีดโบท็อกซ์ลดกราม เป็นการรักษาด้วยสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นสารที่ได้จากแบคทีเรียชนิด Clostridium botulinum โดยฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อบริเวณกราม หรือที่เรียกว่า Masseter muscle เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนี้ ส่งผลให้กรามมีขนาดเล็กลงและใบหน้าดูเรียวขึ้นนั่นเอง การฉีดโบท็อกซ์นี้ได้รับความนิยมเพราะเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลารักษาไม่นาน และเห็นผลลัพธ์ภายใน 4-6 สัปดาห์ โดยผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน โบท็อกซ์ลดกรามอันตรายไหม? การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามถือเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย เมื่อได้รับการรักษาจากแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเข้ารับการรักษา ควรแจ้งประวัติสุขภาพและการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนการรักษา ฉีดโบลดกรามมีผลข้างเคียงไหม?  การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่พบได้ทั่วไป เช่น อาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก มีไข้ หรือมีอาการแพ้

ฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร? ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง? Read More »

รวมข้อควรรู้! หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง?

รวมข้อควรรู้! หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง?

หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง? เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะการดูแลตัวเองนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทานอาหาร การนอน หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์มาฝากกัน เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ทันที หลังฉีดเสร็จ ควรพักในห้องที่มีอุณหภูมิเย็นสบาย 18-23 องศา สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้หลังจากฉีด 1 ชั่วโมง หากมีอาการปวด สามารถทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ทุก 4-6 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด นวด หรือแตะต้องบริเวณที่ฉีด งดการแต่งหน้าบริเวณรอยเข็มที่ฉีด ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ 3 – 48 ชั่วโมง สามารถล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ ได้ แต่ไม่ควรโดนน้ำนานเกิน 15 นาที หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก กิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก งดการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ต้องเจอความร้อน งดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด หากต้องการประคบเย็น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ 3-14 วัน วันที่ 3-7 สามารถขยับใบหน้าได้ตามปกติ แต่ไม่ควรขยับมากเกินไป เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่

รวมข้อควรรู้! หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง? Read More »

ทำความรู้จัก HArmonyCa คืออะไร?

ทำความรู้จัก HArmonyCa คืออะไร?

เคยสงสัยไหมว่า การเติมเต็มผิวหน้าด้วยฟิลเลอร์สามารถทำได้มากกว่าการลบเลือนริ้วรอย? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ HArmonyCa Filler ฟิลเลอร์ชนิดไฮบริดที่ไม่เพียงแค่เติมเต็มผิว แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของปี 2025 ที่กำลังได้รับความนิยมในวงการความงามเลยทีเดียว HArmonyCa คืออะไร? ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันว่า HArmonyCa คืออะไร? HArmonyCa คือฟิลเลอร์ชนิดไฮบริด (Hybrid Filler) นวัตกรรมใหม่จากบริษัท Allergan ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามทางการแพทย์ HArmonyCa ผสมผสานระหว่าง Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ทำให้สามารถเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ มีความยืดหยุ่น และดูสุขภาพดี หลักการทำงานของ HArmonyCa การทำงานของ HArmonyCa นั้นจะมีการผสมผสานของสองคุณสมบัติที่สำคัญ คือ Hyaluronic Acid ที่ทำหน้าที่เติมเต็มและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวทันทีหลังการฉีด และ Calcium Hydroxyapatite ที่ค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ส่งผลให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับยิ่งขึ้นนั่นเอง จุดเด่นของ HArmonyCa ช่วยอะไรบ้าง?

ทำความรู้จัก HArmonyCa คืออะไร? Read More »

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save