admin

ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม

ไขข้อสงสัย! ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม

ปัญหาใต้ตาคล้ำ ตาลึกโบ๋ หรือถุงใต้ตา เป็นปัญหาที่ทำให้ใบหน้าดูโทรมและดูมีอายุมากขึ้น การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพราะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ไม่ต้องพักฟื้นนาน และเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ทันที ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ลง แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม? จะอยู่ได้กี่เดือน? และควรเลือกฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี? บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจให้คุณหายสงสัยกัน ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตากี่ cc ถึงจะเห็นผล ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในการเติมเต็มใต้ตาขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาของแต่ละบุคคลและการประเมินของแพทย์ โดยทั่วไปปริมาณที่ใช้จะอยู่ระหว่าง 1-4 cc ซึ่งส่วนใหญ่เริ่มเห็นผลได้ตั้งแต่ 1 cc สำหรับผู้ที่มีปัญหาใต้ตาหนักและมีปัญหาหน้าแก้มทรุดด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาคู่กับฟิลเลอร์บริเวณอื่น เช่น หน้าแก้ม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและชัดเจนยิ่งขึ้น ปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุของฟิลเลอร์ใต้ตา ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม? มีหลายปัจจัยที่ส่งผลต่ออายุการใช้งานของฟิลเลอร์ ดังนี้ 1. ชนิดของฟิลเลอร์ที่ใช้ ฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นมีลักษณะเนื้อที่แตกต่างกันตามเทคโนโลยีการผลิตและวัตถุประสงค์การใช้งาน ฟิลเลอร์ที่มีความหนาแน่นและคงตัวสูงจะสลายตัวช้ากว่าฟิลเลอร์ที่มีเนื้อละเอียด เช่น ฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดทดแทนกระดูกใต้ตาที่ทรุดตัวจะมีความคงทนมากกว่าฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดในชั้นผิวตื้น โดยทั่วไปฟิลเลอร์ใต้ตาจะอยู่ได้ประมาณ 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและรุ่นที่ใช้ 2. การดูแลตัวเองหลังฉีด การดูแลผิวหลังฉีดฟิลเลอร์ใต้ตามีผลต่ออายุการใช้งานของฟิลเลอร์อย่างมาก การดื่มน้ำมาก ๆ การหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดทับบริเวณที่ฉีด การเลี่ยงความร้อน และการงดพฤติกรรมที่ทำร้ายผิว เช่น สูบบุหรี่ […]

ไขข้อสงสัย! ฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานไหม Read More »

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม? วิธีลดความเสี่ยงที่ควรรู้!

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการปรับรูปหน้าและเติมเต็มริ้วรอย แต่หลายคนยังกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด” มีความเป็นไปได้หรือไม่ เพราะข่าวการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดฟิลเลอร์และการฉีดโดยผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ ก็มีให้เห็นในสื่อโซเชียลมีเดียมากมาย บทความนี้จะแนะนำข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงและวิธีการป้องกัน เพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์กับคลินิกที่ได้มาตรฐาน ฟิลเลอร์คืออะไร? ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่ช่วยแก้ไขปัญหาผิวบริเวณต่าง ๆ เช่น ริ้วรอย ร่องลึก และช่วยปรับรูปหน้าในบริเวณหน้าผาก ขมับ ใต้ตา ร่องแก้ม จมูก ปาก ให้ผิวดูอวบอิ่มและอ่อนเยาว์ ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบันมีส่วนประกอบของ Hyaluronic Acid (HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติในร่างกาย สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ และหากเกิดปัญหาก็สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ได้ ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดได้จริงไหม? การฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้จริง แม้จะพบได้น้อยมาก แต่เป็นความเสี่ยงที่ต้องตระหนัก โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติแพ้ฟิลเลอร์หรือมีอาการแพ้สารต่าง ๆ ง่าย สาเหตุหลักเกิดจากการที่สารเติมเต็มไปอุดตันเส้นเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงดวงตา ทำให้เกิดภาวะ Central Retinal Artery Occlusion (CRAO) ส่งผลให้เลือดไม่สามารถไปเลี้ยงจอประสาทตา เซลล์ถูกทำลาย และนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้หากไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงที สถิติและความเป็นไปได้ในการเกิดภาวะตาบอด จากรายงานการศึกษาพบว่า ทั่วโลกมีการฉีดฟิลเลอร์มากถึง 3.7 ล้านครั้งต่อปี แต่พบรายงานผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอดเพียงประมาณ 40

ฉีดฟิลเลอร์แล้วตาบอด จริงไหม? วิธีลดความเสี่ยงที่ควรรู้! Read More »

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่ ลดรอยช้ำ เพิ่มความเป็นธรรมชาติ

การฉีดฟิลเลอร์เป็นหนึ่งในวิธีการปรับรูปหน้าที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่าเข็มทู่คืออะไร และทำไมแพทย์จึงเลือกใช้เข็มฉีดฟิลเลอร์แบบนี้? ปัจจุบันนวัตกรรมทางการแพทย์ได้พัฒนาเทคนิคการฉีดฟิลเลอร์ที่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือการใช้เข็มทู่ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในการฉีดโดนเส้นเลือด และลดอาการบวมช้ำหลังการทำหัตถการ ฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่คืออะไร? เข็มทู่คืออะไร? เข็มทู่หรือที่เรียกในภาษาทางการแพทย์ว่า “Blunt Cannula” เป็นเข็มที่มีลักษณะพิเศษคือมีปลายกลมมน ไม่มีความคม มีความยาวประมาณ 7 เซนติเมตร ทำให้สามารถหลบเลี่ยงและป้องกันไม่ให้เข็มบาดเนื้อหรือแทงทะลุเส้นเลือดได้ การฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่จึงช่วยเพิ่มความปลอดภัยโดยเฉพาะในจุดที่มีเส้นเลือดเยอะ เช่น ใต้ตา ขมับ และแก้ม อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการบวม เขียวช้ำอีกด้วย เปรียบเทียบเข็มทู่กับเข็มแหลม แตกต่างกันอย่างไร?   เข็มฉีดฟิลเลอร์ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันในหลายมิติ ดังนี้ ลักษณะทางกายภาพของเข็มแต่ละแบบ เข็มทู่ – มีปลายเข็มลักษณะกลมมน ไม่มีความคม เวลาฉีดสามารถหลบเส้นเลือดได้ดี ควรเลือกใช้เข็มทู่ที่มีรูเปิดให้ฟิลเลอร์ออกอยู่ที่ปลายเข็ม เพื่อความแม่นยำในการฉีด เข็มแหลม – ปลายเข็มมีความคม สามารถแทงผ่านผิวได้ทุกระดับชั้น ตั้งแต่ชั้นหนังแท้ถึงชั้นกระดูก สามารถแทงทะลุผ่านเส้นเลือดได้ ความแม่นยำในการควบคุมทิศทางเข็ม เข็มทู่ – มีความแม่นยำน้อยกว่า แพทย์ต้องมีประสบการณ์ในการใช้เข็ม เพื่อให้แน่ใจว่าเข็มอยู่ในจุดที่ต้องการ และไม่สามารถแทงทะลุไปถึงผิวชั้นลึกได้ เข็มแหลม – การฉีดฟิลเลอร์เข็มแหลมจะมีความแม่นยำและสะดวกในการใช้งานมากกว่า สามารถแทงเข็มไปในผิวชั้นลึกหรือชั้นชิดกระดูกได้

เทคนิคฉีดฟิลเลอร์ด้วยเข็มทู่ ลดรอยช้ำ เพิ่มความเป็นธรรมชาติ Read More »

กระเปาะแก้ม แก้ไขยังไง

กระเปาะแก้มห้อย แก้มหย่อน แก้มห้อย คืออะไรเกิดขึ้นได้อย่างไร? “กระเปาะแก้ม” หรือ “แก้มหย่อน” เป็นหนึ่งในปัญหายอดฮิตที่ทำให้ใบหน้าดูแก่กว่าวัยและขาดความสดใส ซึ่งสามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น การสูญเสียคอลลาเจน หรือความหย่อนคล้อยของชั้นผิวและไขมันใต้ผิวหนัง กระเปาะแก้มห้อย คือบริเวณแก้มมีการสะสมไขมันบริเวณแก้มเยอะจนแก้มห้อย ย้อยลงมา ทำให้แก้มดูเป็นกระเปาะ มีลักษณะพองออกมาเป็นก้อนเล็กๆบริเวณแก้มล่าง ทำให้ใบหน้าดูกลม แก้มมีความหนาขึ้น ซึ่งสามารถเกิดจากกรรมพันธุ์หรือการสะสมไขมัน ทำให้ดูมีอายุมากกว่าวัย โดยปกติแล้วปัญหานี้จะพบได้เมื่อมีอายุ 25 ขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่คอลลาเจนเริ่มผลิตน้อยลง กรรมพันธุ์ โครงสร้างใบหน้าของบางคนที่อาจมีโครงสร้างที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว โครงใบหน้าไม่สามารถพยุงกล้ามเนื้อและไขมันได้ดี ทำให้ห้อยย้อย เห็ฯเป็นกระเปาะแก้มชัดกว่าคนทั่วไป อายุที่เพิ่มขึ้น (Aging) เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิต คอลลาเจน และ อีลาสติน ลดลง ทำให้โครงสร้างผิวหนังอ่อนแอ ขาดความยืดหยุ่น และเกิดการหย่อนคล้อย โดยเฉพาะบริเวณแก้มซึ่งเป็นจุดที่ไขมันและกล้ามเนื้อมีการเคลื่อนไหวมาก แสงแดดและอนุมูลอิสระ เมื่อโดนแสงแดดบ่อยๆ อนุมูลอิสระทำลายคอลลาเจนในผิวหนังชั้นลึก ทำให้ผิวบางลงและหย่อนคล้อยเร็วขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ดูแลผิวหรือทาครีมกันแดดเป็นประจำ ชีวิตประจำวัน หากไม่ได้ออกกำลังกาย มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่เยอะ ซึ่งอาจจะไปรวมตัวกันอยู่ที่แก้มทำให้แก้มเยอะ  และการสูบบุหรี่ ไม่ทาครีมบำรุงผิวหน้าทำให้แก้มห้อย แก้มย้อยด้วยเพราะผิวจะเสื่อมสภาพก่อนวัย

กระเปาะแก้ม แก้ไขยังไง Read More »

ฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ แก้ได้จริงไหม?

ฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ แก้ได้จริงไหม?

หลายคนที่มีปัญหาใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้มักพยายามแก้ไขด้วยวิธีต่างๆ ทั้งการทาครีม การนอนให้เพียงพอ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด การฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ด้วยฟิลเลอร์จึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดและเห็นผลทันที โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการภูมิแพ้เรื้อรังที่ส่งผลให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาจนกระทบต่อความมั่นใจ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา คืออะไร? การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเป็นการเติมสารไฮยาลูรอนิค แอซิดเข้าไปในชั้นผิวใต้ตา เพื่อเติมเต็มร่องลึกและแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อย โดยสารที่ใช้มีคุณสมบัติคล้ายกับสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ สามารถช่วยลดเลือนรอยคล้ำ ทำให้ผิวใต้ตาดูเรียบเนียน อิ่มฟู และสดใสขึ้น ปัญหาใต้ตา ดำคล้ำ เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง? ปัญหาใต้ตาคล้ำสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอก ดังนี้ การเป็นภูมิแพ้ ที่ทำให้เกิดการขยายตัวของเส้นเลือดใต้ตา และมักมีอาการคันจนต้องขยี้ตาบ่อยๆ พันธุกรรม ที่ทำให้ผิวใต้ตาบางและมองเห็นเส้นเลือดได้ชัดเจน อายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้คอลลาเจนและกระดูกใต้ตาเริ่มยุบตัว พฤติกรรมการนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้สายตามากเกินไป การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียดและการทำงานหนัก แก้ใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ ด้วยฟิลเลอร์ได้ไหม? การฉีดฟิลเลอร์สามารถช่วยแก้ไขปัญหาใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากสารไฮยาลูรอนิค แอซิดที่ฉีดเข้าไปจะช่วยลดการขยายตัวของเส้นเลือดบริเวณใต้ตา พร้อมทั้งช่วยพยุงผิวที่มีการยุบตัว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ส่งผลให้รอยคล้ำจางลงและผิวใต้ตาดูเรียบเนียนขึ้น แก้ใต้ตาคล้ำจากภูมิแพ้ ด้วยฟิลเลอร์ตัวไหนดี? Neuramis Deep (เกาหลี) : ฟิลเลอร์จากเกาหลีที่ช่วยเติมเต็มใต้ตาได้อย่างเป็นธรรมชาติ อยู่ได้นานประมาณ 8-12 เดือน

ฉีดใต้ตาคล้ำภูมิแพ้ แก้ได้จริงไหม? Read More »

ทำ HIFU ยิงกี่ช็อตถึงจะเห็นผล?

ทำ HIFU ยิงกี่ช็อตถึงจะเห็นผล?

หากคุณกำลังมองหาวิธีการยกกระชับใบหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด HIFU คือหนึ่งในตัวเลือกยอดฮิตที่หลายคนให้ความสนใจ แต่คำถามที่พบบ่อยคือ “HIFU กี่ช็อตถึงจะเห็นผล?” วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจทุกเรื่องเกี่ยวกับการทำ HIFU ตั้งแต่จำนวนช็อตที่เหมาะสม ระยะเวลาที่จะเห็นผล ไปจนถึงวิธีการดูแลตัวเองหลังทำ  HIFU คืออะไร? HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) เป็นนวัตกรรมการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูง ที่สามารถส่งพลังงานลงไปถึงชั้นผิวระดับลึก โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน ทำให้เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ช่วยยกกระชับผิวหน้าและลดริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น การทำงานของ HIFU เป็นอย่างไร? HIFU ทำงานด้วยการส่งคลื่นอัลตร้าซาวด์ความเข้มข้นสูงลงไปยังชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกลงไปใต้ผิวหนัง เมื่อคลื่นไปถึงจุดหมาย จะเกิดความร้อนที่พอเหมาะ กระตุ้นให้เซลล์สร้างคอลลาเจนใหม่ ทำให้ผิวหนังเกิดการยกตัวและกระชับขึ้น โดยไม่ทำลายผิวชั้นบน จึงไม่ต้องกังวลเรื่องแผลหรือรอยแดง ใครที่เหมาะกับการทำ HIFU? ผู้ที่มีปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ต้องการยกกระชับโครงหน้า ผู้ที่มีริ้วรอยแรกเริ่มถึงปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากและหางตา ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเหนียง แก้มห้อย หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจน ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์การยกกระชับแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัด ผู้ที่มีอายุ 25-60 ปี ที่เริ่มมีปัญหาความหย่อนคล้อย

ทำ HIFU ยิงกี่ช็อตถึงจะเห็นผล? Read More »

ฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร? ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง?

ฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร? ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง?

ทำไมบางคนฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน? จะเป็นอันตรายไหม? และมีวิธีแก้ไขอย่างไร? หลายคนที่กำลังวางแผนจะฉีดโบท็อก เช่น ฉีดโบท็อกลดกราม แต่มักจะกังวลเมื่อได้ยินรีวิวว่าฉีดแล้วอาจเกิดก้อนหรืออาการบวม ในบทความนี้เราจะมาไขข้อสงสัยและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน พร้อมทั้งวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ฉีดโบท็อกซ์ลดกรามคืออะไร? การฉีดโบท็อกซ์ลดกราม เป็นการรักษาด้วยสารโบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นสารที่ได้จากแบคทีเรียชนิด Clostridium botulinum โดยฉีดเข้าสู่กล้ามเนื้อบริเวณกราม หรือที่เรียกว่า Masseter muscle เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนนี้ ส่งผลให้กรามมีขนาดเล็กลงและใบหน้าดูเรียวขึ้นนั่นเอง การฉีดโบท็อกซ์นี้ได้รับความนิยมเพราะเป็นวิธีที่ไม่ต้องผ่าตัด ใช้เวลารักษาไม่นาน และเห็นผลลัพธ์ภายใน 4-6 สัปดาห์ โดยผลการรักษาจะอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน โบท็อกซ์ลดกรามอันตรายไหม? การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามถือเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัย เมื่อได้รับการรักษาจากแพทย์ที่มีความรู้และประสบการณ์ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเข้ารับการรักษา ควรแจ้งประวัติสุขภาพและการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดก่อนการรักษา ฉีดโบลดกรามมีผลข้างเคียงไหม?  การฉีดโบท็อกซ์ลดกรามอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยที่พบได้ทั่วไป เช่น อาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้มักหายไปได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่หากมีอาการผิดปกติ เช่น บวมมาก มีไข้ หรือมีอาการแพ้

ฉีดโบท็อกแล้วเป็นก้อน เกิดจากอะไร? ก่อนฉีดควรรู้อะไรบ้าง? Read More »

รวมข้อควรรู้! หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง?

รวมข้อควรรู้! หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง?

หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง? เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนสงสัยหลังฉีดฟิลเลอร์ เพราะการดูแลตัวเองนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อผลลัพธ์และความปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทานอาหาร การนอน หรือกิจกรรมต่างๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง วันนี้เรามีคำแนะนำดีๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์มาฝากกัน เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ ข้อปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ทันที หลังฉีดเสร็จ ควรพักในห้องที่มีอุณหภูมิเย็นสบาย 18-23 องศา สามารถแกะพลาสเตอร์ออกได้หลังจากฉีด 1 ชั่วโมง หากมีอาการปวด สามารถทานยาแก้ปวดพาราเซตามอลได้ทุก 4-6 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการสัมผัส กด นวด หรือแตะต้องบริเวณที่ฉีด งดการแต่งหน้าบริเวณรอยเข็มที่ฉีด ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์ 3 – 48 ชั่วโมง สามารถล้างหน้าด้วยสบู่อ่อนๆ ได้ แต่ไม่ควรโดนน้ำนานเกิน 15 นาที หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก กิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออก งดการเข้าซาวน่า อบไอน้ำ หรือกิจกรรมที่ต้องเจอความร้อน งดการดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด หากต้องการประคบเย็น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติตัวหลังฉีดฟิลเลอร์ 3-14 วัน วันที่ 3-7 สามารถขยับใบหน้าได้ตามปกติ แต่ไม่ควรขยับมากเกินไป เพื่อป้องกันฟิลเลอร์เคลื่อนที่

รวมข้อควรรู้! หลังฉีดฟิลเลอร์ ห้ามอะไรบ้าง? Read More »

ทำความรู้จัก HArmonyCa คืออะไร?

ทำความรู้จัก HArmonyCa คืออะไร?

เคยสงสัยไหมว่า การเติมเต็มผิวหน้าด้วยฟิลเลอร์สามารถทำได้มากกว่าการลบเลือนริ้วรอย? บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ HArmonyCa Filler ฟิลเลอร์ชนิดไฮบริดที่ไม่เพียงแค่เติมเต็มผิว แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย ซึ่งเป็นเทรนด์ใหม่ของปี 2025 ที่กำลังได้รับความนิยมในวงการความงามเลยทีเดียว HArmonyCa คืออะไร? ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกันว่า HArmonyCa คืออะไร? HArmonyCa คือฟิลเลอร์ชนิดไฮบริด (Hybrid Filler) นวัตกรรมใหม่จากบริษัท Allergan ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์ความงามทางการแพทย์ HArmonyCa ผสมผสานระหว่าง Hyaluronic Acid (HA) และ Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ทำให้สามารถเติมเต็มและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ในเวลาเดียวกัน ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์ มีความยืดหยุ่น และดูสุขภาพดี หลักการทำงานของ HArmonyCa การทำงานของ HArmonyCa นั้นจะมีการผสมผสานของสองคุณสมบัติที่สำคัญ คือ Hyaluronic Acid ที่ทำหน้าที่เติมเต็มและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวทันทีหลังการฉีด และ Calcium Hydroxyapatite ที่ค่อยๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในระยะยาว ส่งผลให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ลดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวดูแน่นและกระชับยิ่งขึ้นนั่นเอง จุดเด่นของ HArmonyCa ช่วยอะไรบ้าง?

ทำความรู้จัก HArmonyCa คืออะไร? Read More »

ไขคำตอบ! ร้อยไหมทำให้เกิดพังผืดไหม?

ไขคำตอบ! ร้อยไหมทำให้เกิดพังผืดไหม?

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินมาบ้างว่าการร้อยไหมอาจทำให้เกิดพังผืดใต้ผิวหน้า หลายคนที่กำลังสนใจทำร้อยไหมจึงกังวลว่าการร้อยไหมจะทำให้เกิดพังผืดหรือไม่? แล้วความจริงแล้ว ร้อยไหมพังผืดเป็นเรื่องที่น่ากังวลขนาดไหน? บทความนี้ เราจะมาไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการร้อยไหมและการเกิดพังผืดกัน ร้อยไหมคืออะไร? การร้อยไหมเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับการยกกระชับใบหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัด เพราะใช้เวลาทำไม่นาน ฟื้นตัวเร็ว และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ แต่ก็เหมือนกับการทำศัลยกรรมความงามทุกประเภท ที่ต้องทำความเข้าใจทั้งข้อดีและข้อควรระวังให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ ข้อดีของการร้อยไหม ยกกระชับได้ทันทีหลังทำ : การร้อยไหมช่วยยกกระชับส่วนที่หย่อนคล้อย ไม่ว่าจะเป็นกระเปาะแก้ม กรอบหน้า หรือเหนียง ทำให้ใบหน้าดูกระชับ มีรูปทรงวีเชฟที่ชัดเจนขึ้น แก้ไขร่องลึกบนใบหน้า : สามารถลดปัญหารอยพับร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ที่เกิดจากผิวหย่อนคล้อยให้ดูตื้นขึ้น ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ขึ้น เพิ่มความอวบอิ่มให้แก้มตอบ : เหมาะสำหรับผู้ที่มีแก้มตอบและมีเนื้อกระเปาะแก้มที่หย่อนคล้อย หลังร้อยไหมจะช่วยให้แก้มดูเต็มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : ไม่เพียงแต่ยกกระชับ แต่ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ทำให้ผิวดูฟูแน่นขึ้น หน้าใส และช่วยลดปัญหารูขุมขนกว้าง รวมถึงหลุมสิว ไม่ต้องพักฟื้นนาน : เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับใบหน้าแต่ไม่สามารถหยุดพักงานได้นาน เพราะสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ผลข้างเคียงของการร้อยไหม อาการบวมและรอยช้ำ : หลังการร้อยไหมอาจเกิดอาการบวมหรือรอยช้ำได้ เนื่องจากต้องใช้เข็มในการสอดไหมเข้าไปใต้ชั้นผิว โดยอาการเหล่านี้จะค่อย ๆ หายไปเองภายใน 1-2

ไขคำตอบ! ร้อยไหมทำให้เกิดพังผืดไหม? Read More »

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save