admin

Radiesse vs Radiesse Plus

เจาะลึก Radiesse vs Radiesse Plus แตกต่างกันอย่างไร

การดูแลผิวหน้าและลดเลือนริ้วรอยในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายคือการใช้สารเติมเต็มอย่าง  radiesse vs radiesse plus ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการความงามว่าเป็นตัวช่วยที่สามารถคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  แต่หลายคนอาจสงสัยว่า  radiesse vs radiesse plus แตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้อะไรให้เหมาะสมกับสภาพผิวและความต้องการของตัวเอง บทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับผลิตภัณฑ์ทั้งสองนี้อย่างละเอียด Radiesse คืออะไร Radiesse คือสารเติมเต็ม (dermal filler) ที่มีส่วนประกอบหลักคือแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite หรือ CaHA) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในร่างกายตามธรรมชาติ ทำให้ปลอดภัยในการฉีดและช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว  คุณสมบัติเด่นของ Radiesse คือ ช่วยให้ผิวหน้าดูกระชับ เต่งตึง และลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังฉีด และคงอยู่ได้นานถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลรักษาของแต่ละบุคคล Radiesse Plus คืออะไร Radiesse Plus เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Radiesse โดยมีจุดเด่นในการเพิ่มความสามารถในการฉีดให้ง่ายขึ้นและคงทนยิ่งขึ้น สารเติมเต็มใน Radiesse Plus มีลักษณะคล้ายกับ Radiesse แต่ผสมด้วยสารลดความหนืด (lidocaine) ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดในขณะฉีด […]

เจาะลึก Radiesse vs Radiesse Plus แตกต่างกันอย่างไร Read More »

Juvelook vs Sculptra เลือกตัวไหนดีกว่ากั

Juvelook vs Sculptra เลือกตัวไหนดีกว่ากัน

หากคุณกำลังมองหาวิธีการดูแลผิวที่ให้ผลลัพธ์ดีเยี่ยมและยาวนาน หนึ่งในโปรแกรมยอดนิยมที่ได้รับความสนใจคือ Juvelook vs Sculptra ทั้งสองตัวนี้ต่างมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการช่วยลดริ้วรอยและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิวหน้า  แต่ว่าควรเลือกใช้ตัวไหนดี ? บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงความเหมือนและความแตกต่างระหว่าง Juvelook vs Sculptra เพื่อช่วยในการตัดสินใจว่าตัวไหนเหมาะกับเรามากที่สุดกัน juvelook vs sculptra เหมือนต่างกันอย่างไร ทั้ง Juvelook และ sculptra เป็นโปรแกรมฉีดฟื้นฟูผิวที่ได้รับความนิยมทั้งคู่ แต่ทั้งสองทำงานอย่างไรและมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ? เรามาเจาะลึกถึงรายละเอียดกัน ความเหมือนระหว่าง juvelook vs sculptra กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน : ทั้ง Juvelook vs Sculptra  มีคุณสมบัติหลักในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นและความอิ่มเอิบให้ผิวหน้า ผิวที่ได้รับการกระตุ้นจะดูแน่นกระชับและอ่อนวัยขึ้น ลดเลือนริ้วรอย : ทั้งสองโปรแกรมมีประสิทธิภาพในการลดเลือนริ้วรอย โดยเฉพาะริ้วรอยลึกที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย ทำให้ผิวดูเรียบเนียนขึ้น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว : ไม่ว่าจะเป็น Juvelook vs Sculptra  ทั้งสองเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหน้า ไม่จำกัดสภาพผิว ทำให้ทั้งสองเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการดูแลผิวในระยะยาว ความต่างของ juvelook vs

Juvelook vs Sculptra เลือกตัวไหนดีกว่ากัน Read More »

Juvelook โปรแกรมผิวสวยสุดฮิตจากเกาหลี

ชวนรู้จัก Juvelook โปรแกรมผิวสวยสุดฮิตจากเกาหลี

Previous slide Next slide เคยได้ยินเกี่ยวกับ Juvelook และ Lenisna ไหมคะ? ถ้ายังไม่เคย วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโปรแกรมความงามสุดฮิตจากเกาหลีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทยกัน Juvelook เป็นนวัตกรรมการดูแลผิวแบบองค์รวมที่ช่วยแก้ปัญหาผิวหลากหลาย ตั้งแต่ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง ไปจนถึงผิวหมองคล้ำ มาดูกันว่าทำไม Juvelook ถึงเป็นที่พูดถึงกันมากในวงการความงาม และมันสามารถช่วยให้เรามีผิวสวยใสแบบสาวเกาหลีได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย! Juvelook คือ Juvelook คือโปรแกรมการฉีดฟื้นฟูผิวที่ใช้สารเติมเต็ม (dermal filler) ที่พัฒนาขึ้นในเกาหลี ซึ่งเป็นการแต่เป็นการผสมผสานสารบำรุงหลายชนิดเข้าด้วยกัน คือ  โพลีแอลแลคติก (Poly-L-Lactic Acid หรือ PLLA) ที่มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน  ไฮยาลูรอนิคแอซิด (Hyaluronic Acid หรือ HA) ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและอิ่มฟูให้กับผิว  ทำให้ Juvelook ได้รับความนิยมเป็นพิเศษในการช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ให้ผิวหน้าดูกระจ่างใส เรียบเนียน และอ่อนวัยขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ การทำงานของโปรแกรม Juvelook โปรแกรม Juvelook ทำงานโดยการฉีดส่วนผสมของสารบำรุงต่าง ๆ เข้าไปในชั้นผิวหนังด้วยเทคนิคพิเศษ ซึ่งประกอบด้วย

ชวนรู้จัก Juvelook โปรแกรมผิวสวยสุดฮิตจากเกาหลี Read More »

Radiesse vs Sculptra เลือกแบบไหนดี

เทียบชัด ๆ Radiesse vs Sculptra เลือกแบบไหนดี

การเลือกใช้สารเติมเต็มเพื่อปรับปรุงโครงสร้างผิวหน้าและคืนความอ่อนเยาว์เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ ซึ่งในปัจจุบันมีทางเลือกมากมายในตลาด เช่น Radiesse และ Sculptra ซึ่งเป็นสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ที่ได้รับความนิยมสูงทั้งคู่  แต่คำถามที่คนส่วนใหญ่มักสงสัยคือ Radiesse vs Sculptra ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี? บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักกับสารเติมเต็มทั้งสองชนิดนี้อย่างละเอียด รวมถึงเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง Radiesse vs Sculptra เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุด Radiesse vs Sculptra คืออะไร   Radiesse vs Sculptra คือสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator) ทั้งคู่ โดยทั้งสองมีวัตถุประสงค์หลักในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวให้มากขึ้น เพื่อทดแทนที่ร่างกายสูญเสียไป แต่กระบวนการทำงานและส่วนผสมของทั้งสองชนิดนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน  Radiesse คืออะไร ฉีดเรเดียส (Radiesse) เป็นการฉีดสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบหลัก คือ แคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ซึ่งเป็นส่วนประกอบทางธรรมชาติในร่างกายของมนุษย์ที่พบได้ในเนื้อเยื่อกระดูก มีจุดเด่นคือเน้นเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวหน้า Radiesse ประกอบด้วยแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (CaHA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกาย ทำให้เข้ากันได้ดีกับผิวของเรา หลังฉีดผิวจะถูกเติมเต็มได้ทันที อิ่มฟูขึ้น โดยใน 1 เดือนแรกจะเริ่มเห็นผลว่าผิวมีความยืดหยุ่น

เทียบชัด ๆ Radiesse vs Sculptra เลือกแบบไหนดี Read More »

รวมวิธีลดแก้ม ปรับหน้าให้เรียวดังใจ

รวมวิธีลดแก้ม ปรับหน้าให้เรียวดังใจ

เมื่อไหร่ที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น นอกจากไขมันส่วนเกินจะสะสมตามเรือนร่างแล้ว แก้มก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่หลายคนเป็นกังวลใจไม่น้อย เพราะแก้มมักจะมีลักษณะใหญ่ ยุ้ย จนพาให้ใบหน้าโดยรวมดูกลม บาน และไม่มีมิติที่ได้สัดส่วนสวยงาม  ซึ่งใครที่กังวลว่าจะจัดการปัญหาไขมันแก้มนี้อย่างไรดี วันนี้ Atita Clinic เราได้รวบรวมเอาวิธีลดแก้มทั้งในแบบที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตนเอง และวิธีลดไขมันแก้มแบบเร่งด่วนด้วยหัตถการทางการแพทย์มาฝากกัน ตามมาอ่านได้เลย  ปัญหาแก้มใหญ่ หน้าบ้าน มีเหนียงเกิดจากอะไร ปัญหาแก้มใหญ่ หน้าบาน หรือมีเหนียงสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น กรรมพันธุ์ ที่คนในครอบครัวมีลักษณะแก้มใหญ่ แก้มยุ้ย หรือใบหน้ากลม ใบหน้าบานอยู่แล้ว การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น ของทอด ของมัน ของหวาน และทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่มากเกินไป ทำให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกินในร่างกาย และบริเวณแก้ม หรือเหนียงมากขึ้น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันส่วนเกิน การดื่มน้ำน้อย หรือดื่มน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอในแต่ละวัน ทำให้แก้มดูบวมได้  อายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวบริเวณแก้มหย่อนคล้อย หรือแก้มมีลักษณะใหญ่ขึ้น  วิธีลดแก้มด้วยวิธีธรรมชาติ จะเห็นได้ว่าปัญหาแก้มใหญ่ แก้มเยอะนั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุไม่เพียงแต่การสะสมไขมันส่วนเกินบริเวณแก้มเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็มีวิธีลดแก้มด้วยวิธีธรรมชาติ หรือสามารถทำง่าย ๆ ได้ด้วยตนเอง ดังนี้  ออกกำลังกาย

รวมวิธีลดแก้ม ปรับหน้าให้เรียวดังใจ Read More »

โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง ให้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ

โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง ให้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ

การฉีดโบท็อก หรือฉีดสาร Botulinum Toxin เข้าสู่ผิวเป็นหัตถการความงามที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน เพราะสามารถช่วยดูแลปัญหาริ้วรอย ชะลอวัย ปรับรูปหน้า และสามารถลดขนาดกล้ามเนื้อในส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ตลอดจนสามารถช่วยดูแลปัญหาสุขภาพบางชนิดได้อย่างตรงจุด ซึ่งในบทความนี้ Atita Clinic เราจะพามาดูกันว่าโบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง และแต่ละตำแหน่งช่วยเรื่องอะไร?  การฉีดโบท็อกช่วยเรื่องอะไรบ้าง โบท็อก ตัวยาที่มีคุณสมบัติออกฤทธิ์ต่อการทำงานของระบบประสาท สามารถทำให้กล้ามเนื้อในจุดต่าง ๆ ทำงานได้ลดลง และลดการขยับของกล้ามเนื้อได้ชั่วคราว จึงช่วยดูแลปัญหาผิวและสุขภาพร่างกายได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดเลือนริ้วรอยทั่วใบหน้า ช่วยลดเลือนเส้นริ้วรอยย่นบริเวณลำคอ ช่วยปรับรูปหน้าให้เรียวสมส่วนมากขึ้นด้วยการลดขนาดกล้ามเนื้อกราม ช่วยลิฟกรอบหน้า ยกกระชับผิว  ช่วยลดขนาดปีกจมูก ช่วยให้จมูกรัดแกนเรียวสวย  ช่วยกระชับรูขุมขนในกรณีที่ฉีดทั่วใบหน้า ช่วยลดขนาดกล้ามเนื้อตามเรือนร่าง เช่น กล้ามเนื้อต้นแขน และน่อง  ช่วยลดเหงื่อตามรักแร้ ฝ่ามือ ฝ่าเท้า  ช่วยบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรม ลดไมเกรน จะเห็นได้ว่าโบท็อกสามารถช่วยดูแลปัญหาผิวได้มากกว่าการลดเลือนริ้วรอย หรือแม้แต่ปรับรูปหน้าทั่วไป จึงนิยมนำมาฉีดรักษาในหลากหลายจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งถ้าถามว่าโบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง ก็สามารถแบ่งได้ ดังนี้  รอยย่นหน้าผาก เมื่อฉีดเข้าโบท็อกเข้าสู่กล้ามเนื้อบริเวณหน้าผาก ส่งผลให้กล้ามเนื้อคลายตัวและลดการหดเกร็ง ทำให้รอยย่นบนหน้าผากเรียบเนียนขึ้น

โบท็อกฉีดตรงไหนได้บ้าง ให้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ Read More »

หลังฉีดแฟตบวมกี่วัน พร้อมแนะวิธีลดบวมที่เห็นผลชัดเจน

หลังฉีดแฟตบวมกี่วัน พร้อมแนะวิธีลดบวมที่เห็นผลชัดเจน

แฟต หรือเมโสแฟต หัตถการความงามที่สามารถช่วยลดปริมาณไขมันส่วนเกินสะสมในจุดต่าง ๆ  ของร่างกาย เช่น แก้ม เหนียง ต้นแขน หน้าท้อง และต้นขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลรวดเร็ว แต่ในช่วงแรกก็อาจต้องเผชิญกับอาการบวมหลังฉีดที่ทำให้หลายคนเป็นกังวลได้ ฉะนั้นใครที่กำลังสงสัยว่าฉีดแฟตบวมกี่วัน และจะมีวิธีไหนที่จะช่วยให้อาการบวมหลังฉีดแฟตยุบบวมเร็วขึ้นนั้น วันนี้เรารวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว ตามมาอ่านกันได้เลย  อาการบวมหลังฉีดแฟตเกิดจากอะไร ก่อนจะไปไขข้อสงสัยว่าจริง ๆ แล้วฉีดแฟตบวมกี่วัน ลองมาดูสาเหตุที่แท้จริงกันก่อนดีกว่าอาการบวมหลังฉีดแฟตนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไรกันแน่ ซึ่งมีดังนี้  สภาพผิวหนัง สภาพผิวหนังของแต่ละบุคคลนั้นมีความหนาบางแตกต่างกันออกไป ซึ่งยิ่งผิวบางเท่าไหร่ หลังฉีดแฟตก็มีโอกาสที่จะมีอาการบวมมากยิ่งขึ้น และอาจเสี่ยงเกิดรอยช้ำได้ง่ายอีกด้วย แต่อาการดังกล่าวก็จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป  ปริมาณยา ยิ่งมีปริมาณไขมันส่วนเกินสะสมมากเท่าไหร่ ก็ต้องใช้ปริมาณตัวยาเมโสแฟตมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และเมื่อฉีดตัวยาเข้าไปใต้ผิวในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะภายในครั้งเดียว ก็แน่นอนว่าจะทำให้บริเวณที่ฉีดมีอาการบวมขึ้นมาได้ แต่ทั้งนี้ก็ถือเป็นอาการปกติที่สามารถพบได้ ไม่ได้อันตรายแต่อย่างใด ยี่ห้อของแฟต ตัวยาเมโสแฟตแต่ละยี่ห้อนั้นมีสารสกัด ส่วนผสม ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตที่ต่างกันออกไป ทำให้ประสิทธิภาพและการทำงานก็แตกต่างกันไปด้วย ฉะนั้นเวลาฉีดเมโสแฟตอาจมีบางยี่ห้อที่ฉีดแล้วทำให้เกิดอาการบวมหลังฉีด ขณะที่บางยี่ห้อก็อาจไม่มีอาการบวมเลย หรือมีอาการบวมมากน้อยแตกต่างกันออกไป  แพทย์ขาดความเชี่ยวชาญ แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญจะสามารถคำนวณปริมาณตัวยาเมโสแฟตที่เหมาะสมกับปริมาณไขมัน และปัญหาผิวที่แต่ละบุคคลกำลังเผชิญอยู่ได้ รวมถึงยังมีเทคนิคในการฉีดที่ถูกต้อง เพื่อลดผลข้างเคียงหลังฉีดอย่างอาการบวม หรือรอยช้ำหลังฉีดได้อีกด้วย ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องเข้ารับบริการฉีดเมโสแฟตกับแพทย์เท่านั้น  หลังฉีดแฟตบวมกี่วัน เบื้องต้นได้ทราบกันไปแล้วว่าอาการบวมหลังฉีดแฟตเกิดขึ้นได้อย่างไร

หลังฉีดแฟตบวมกี่วัน พร้อมแนะวิธีลดบวมที่เห็นผลชัดเจน Read More »

ทางลัดแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า ด้วยหัตถการความงาม

ทางลัดแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า ด้วยหัตถการความงาม

หน้าเป็นฝ้า หรือมีลักษณะรอยปื้นสีน้ำตาลอ่อน-น้ำตาลเข้มที่พบได้บ่อยบริเวณแก้ม หน้าผาก จมูก เป็นปัญหาผิวที่ทำให้หลาย ๆ คนสูญเสียความมั่นใจไม่น้อย และยังต้องคอยเสียเวลาแต่งหน้าเพื่อปกปิด หรือเสาะหาวิธีดูแลรักษาให้ฝ้าดูจางลงกว่าเดิม ซึ่งวันนี้ Atita Clinic เราได้รวบรวมเอาเคล็ดลับในการดูแลปัญหาฝ้าทั้งด้วยธรรมชาติ และหัตถการความงามมาแนะนำให้ทุกคนกัน ฝ้าคืออะไร ฝ้าเป็นความผิดปกติของผิวหนังที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานินมากเกินไปในบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้า ทำให้เกิดเป็นจุดหรือแผ่นสีน้ำตาลที่มีขนาดและรูปร่างต่างกัน ซึ่งมักพบได้บ่อยในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ฝ้าไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่อาจส่งผลต่อความมั่นใจและการมีภาพลักษณ์ที่ดีของแต่ละบุคคล การรักษาฝ้าในปัจจุบันมีหลายวิธี ตั้งแต่การใช้ครีมทาภายนอกไปจนถึงเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ฝ้ามีกี่ชนิด ฝ้าชั้นผิวหนัง (Epidermal Melasma) – เป็นฝ้าที่เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังส่วนนอก มีลักษณะเป็นสีน้ำตาลชัดเจน มักตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าชนิดอื่น ๆ ฝ้าชั้นผิวหนังใน (Dermal Melasma) – เกิดขึ้นในชั้นผิวหนังส่วนใน มีสีน้ำตาลแกมเทา การรักษาใช้เวลานานกว่าและยากกว่าฝ้าชั้นผิวหนังนอก ฝ้าผสม (Mixed Melasma) – เป็นฝ้าที่เกิดขึ้นทั้งในชั้นผิวหนังนอกและใน เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด และการรักษาต้องใช้วิธีการที่หลากหลายร่วมกัน ฝ้าจากแสงแดด (Solar Melasma) – เกิดจากการสะสมของความเสียหายจากรังสี UV ในระยะเวลายาวนาน

ทางลัดแก้ปัญหาหน้าเป็นฝ้า ด้วยหัตถการความงาม Read More »

ดริปวิตามินผิวมันอันตรายไหม เปิดข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มทำ

ดริปวิตามินผิวมันอันตรายไหม เปิดข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มทำ

“การดริปวิตามินผิว” ก็คือ การฉีดวิตามินเข้าเส้นเลือด จัดเป็นเทรนด์เสริมความงามที่กำลังได้รับความนิยม เพื่อฟื้นฟูผิวพรรณและเสริมสร้างสุขภาพจากภายในสู่ภายนอก แต่หลาย ๆ คนก็อาจยังไม่กล้าทำหัตถการนี้ เพราะกังวลว่าการดริปวิตามินผิว อันตราย แต่จริง ๆ แล้ว ดริปวิตามินผิว อันตราย ไหม?  ดังนั้นเพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการดริปวิตามินอย่างถูกต้อง ในบทความนี้ Atita Clinic เลยนำข้อควรรู้เกี่ยวกับการดริปวิตามินผิว มาฝากกัน ดริปวิตามินผิวคืออะไร การดริปวิตามินผิว คือ การฉีดสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเส้นเลือดดำ (Intravenous Therapy) โดยตรง วิตามินที่นิยมฉีดส่วนใหญ่ เช่น วิตามินซี วิตามินบีรวม กลูตาไธโอน และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ซึ่งเชื่อกันว่าจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพผิวพรรณให้มีสุขภาพดีขึ้นจากภายใน ซึ่งหัตถการนี้จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทานวิตามินตามปกติ เนื่องจากสารอาหารที่ฉีดเข้าสู่ร่างกาย จะไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยในระบบทางเดินอาหาร จึงทำให้สามารถนำไปใช้ได้ทันที ถ้าหากถามว่าดริปวิตามินผิว อันตรายไหม? ขอตอบเลยว่าโดยทั่วไปแล้ว การดริปวิตามินผิวไม่ถือว่าอันตราย หากทำที่คลินิกที่ได้มาตรฐาน และภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เผยข้อดีการฉีดวิตามินผิวช่วยอะไรบ้าง การฉีดวิตามินผิวมีข้อดีในหลากหลายด้าน ดังนี้ ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ในสูตรวิตามินฉีดบำรุงผิว จะอุดมไปด้วยวิตามินซีและกลูตาไธโอน

ดริปวิตามินผิวมันอันตรายไหม เปิดข้อดี-ข้อเสียก่อนเริ่มทำ Read More »

ปัญหาหน้าผากย่น เกิดจากอะไร แก้ได้อย่างไรบ้าง

ปัญหาหน้าผากย่น เกิดจากอะไร แก้ได้อย่างไรบ้าง

การมีหน้าผากย่น เป็นปัญหาที่ทำให้หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง เพราะทำให้ใบหน้าดูแก่ก่อนวัย ซึ่งปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนทั้งจากปัจจัยภายนอกและภายใน โดยเฉพาะเมื่อเรามีอายุมากขึ้น การดูแลและรักษาอย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ผิวหน้ากลับมาเรียบเนียนและดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหา หน้าผากย่น อย่างมีประสิทธิภาพกัน หน้าผากย่น เกิดจากอะไร หน้าผากย่นไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลมาจากหลายปัจจัยที่สะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น : เมื่อเราอายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนังลดลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น การแสดงออกทางสีหน้า : การขมวดคิ้ว ยกคิ้ว หรือแสดงอารมณ์ทางสีหน้าบ่อย ๆ ทำให้เกิดรอยย่นบนหน้าผาก แสงแดด : รังสี UV ทำลายคอลลาเจนและอีลาสตินในผิวหนัง เร่งการเกิดริ้วรอย ความเครียด : ส่งผลให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งทำลายโครงสร้างผิว การนอนหลับไม่เพียงพอ : ขัดขวางกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิวตามธรรมชาติ พันธุกรรม : บางคนมีแนวโน้มที่จะเกิดหน้าผากย่นได้ง่ายกว่าคนอื่นตามพันธุกรรม 3 ประเภทริ้วรอยในหน้าผากย่น ริ้วรอยหน้าผากย่นสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้ ริ้วรอยตื้น (Fine wrinkles)

ปัญหาหน้าผากย่น เกิดจากอะไร แก้ได้อย่างไรบ้าง Read More »

ฆสพ.สบส ๔๐๘๖/๒๕๖๗ ฆสพ.สบส ๓๐๗๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๔๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๖๖/๒๕๖๘ ฆสพ.สบส ๓๐๕๖/๒๕๖๘

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save