ร้อยไหม

ร้อยไหม
*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

การร้อยไหม คืออะไร?

          การร้อยไหม คือ เทคนิคที่นำมาใช้ในการช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอยและปรับรูปหน้าให้ดูเรียว โดยใช้เข็มนำเส้นไหมละลายที่สอดลงในชั้นผิวหนัง โดยไม่ต้องผ่าตัด เมื่อเวลาผ่านไป 6 – 18 เดือนเส้นไหมก็จะละลายไปโดยไม่เป็นอันตราย ไม่มีสารตกค้าง หากร้อยด้วยเทคนิคที่ถูกต้องก็จะเกิดเป็นเส้นไยอิลาสตินช่วยประคองผิว สามารถดึงแก้มที่หย่อนขึ้นได้ทันที ในกรณีใช้ไหมละลายรูปแบบเงี่ยง ผิวก็จะถูกเงี่ยงเกี่ยวขึ้นมาตามเส้นไหมในทิศทางที่ร้อยไหมเข้าไป คล้าย ๆ กับการใช้ตะขอเกี่ยว หลักการ คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากมาร้อยเป็นเครือข่าย บริเวณใต้ผิวหนัง (เนื้อเยื้อชั้น SMAS) ที่ร้อยไหมเข้าไปจะถูกกระตุ้นให้เกิดการสร้างขึ้นมาใหม่ มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน ส่งผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับขึ้น พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นด้วย

ร้อยไหม Atita Programme

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

หลักของการร้อยไหม

         การร้อยไหมมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก และเป็นหัตถการที่ใช้เวลาไม่นานค่ะ แผลจะเล็กเพียงเท่ากับรูเข็มที่ใช้สอดใส่ไหมลงไปเท่านั้น เปรียบเทียบกับการผ่าตัดดึงหน้าซึ่งเป็นการผ่าตัด จะเจ็บตัว และใช้เวลาพอสมควรและต้องใช้เวลาพักฟื้นหลังทำ ก่อนทำการร้อยไหม แพทย์จะทายาชาร่วมกับฉีดยาชาในบางตำแหน่งก่อน หลังจากนั้น แพทย์จะนำเส้นไหมที่อยู่ตรงปลายเข็มเข้าไปยึดตามชั้นเนื้อเยื่อ SMAS

SMAS คืออะไร

          ชั้นเนื้อเยื่อ SMAS และ กล้ามเนื้อใบหน้า SMAS ย่อมาจาก Superficial MusculoAponeurotic system ซึ่งเป็นแผ่นเนื้อเยื่อพังผืด มีความเหนียว และหนา อยู่บริเวณใต้ชั้นไขมันผิวหนัง ซึ่งชั้น SMAS นี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อการดึงหน้าให้ยกกระชับ เนื่องมาจากชั้น SMAS นี้มีความสัมพันธ์กับผิวหนัง และชั้นไขมันใต้ผิวหนังด้านบน การดึงชั้น SMAS ให้ตึง จะทำให้ผิวชั้นบนเหมือนถูกดึงให้ตึงไปด้วย และชั้นใต้ SMAS นี้จะเป็นเพียงช่องว่าง หลวม ๆ เป็นชั้นที่ช่วยลดการเสียดสี และรองรับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อด้านบน

การร้อยไหม คืออะไร?

ร้อยไหม SMAS

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

SMAS SHOWCASE

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

         สรุปเข้าใจง่าย ๆ ก็ คือ หากต้องการยกกระชับให้ได้ผล เราต้องใช้วิธีการทำงานเพื่อให้ลงลึกไปถึงชั้น SMAS นี้ โดยจะใช้วิธีการร้อยเรียงเส้นไหมเข้าไป และแพทย์จะพิจารณาตามโครงหน้าของคนไข้เป็นหลักในเวลาประมาณ 40 นาที ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย อาจพบรอยช้ำตามแนวรอยไหมได้บ้าง ร่วมกับอาการบวม แต่จะหายไปเองโดยไม่ต้องพักฟื้น จะเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือนหลังร้อยไหม และจะเห็นผลต่อเนื่องนานประมาณ 1 – 2 ปี โดยผลขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

การร้อยไหมที่อทิตาคลินิก เรามีโปรแกรมปรับรูปหน้าด้วยการร้อยไหมประกอบไปด้วยการ้อยไหม 2 กลุ่ม

  1. กลุ่มไหมกระตุ้นคอลลาเจล
    – ร้อยไหม DIAMOND
    – ร้อยไหม RUBY
  2. กลุ่มไหมยกกระชับ
    – 
    โปรแกรม ร้อยไหม SUPER LIFT  Premium !
    – โปรแกรม ร้อยไหม ANGEL
    – โปรแกรม ร้อยไหม BLUE ROSE
before after SUPER LIFT

โปรแกรมร้อยไหม SUPER  LIFT  Premium !
เส้นไหมเกรดพรีเมี่ยม ลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่อทิตาคลินิกเท่านั้น
*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ให้คำปรึกษา

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

Show

*ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ที่อทิตาคลินิก เราเน้นการดีไซน์ ออกแบบ และการปรับรูปหน้าแบบกึ่งถาวร โดยเราจะจัดโครงหน้าให้คนไข้ใหม่ ในแบบที่เหมาะสม หรือ ในแบบที่คนไข้พึงพอใจ และใส่ใจในทุกเคสเพื่อการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุด โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานมากกว่า 15 ปี อบรมมาแล้วกว่า 14 ประเทศทั่วโลก รวมถึงได้รับรางวัลการันตีมากมาย

วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหม แบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ 

  • PDO
  • PLLA
  • PCL

ไหม PDO
          ไหมชนิดที่นิยมใช้กันมากที่สุดทำมาจาก polydioxanone หรือ PDO เส้นสีน้ำเงิน มีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งเป็นไหมที่นำมาใช้ในการทำศัลยกรรมเย็บเส้นเลือดหัวใจ ไม่มีปฏิกิริยาต่อผิวหนัง โดยเส้นไหมได้รับรองความปลอดภัยจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไหมชนิดนี้จะละลายหมดภายใน 6 – 8 เดือน 

          ไหมชนิด PCL และ PLLA เนื้อสัมผัสจะนิ่มกว่าวัสดุของไหม PDO เหมาะสำหรับร้อยในจุดบอบบางอย่างเช่น ใต้ตา หรือ จมูก ข้อดีของไหมละลายคือตัวไหมสามารถสลายไปได้จึงไม่ต้องกังวลเรื่องสารตกค้างในร่างกาย

ไหม PLLA
          PLLA (Polylactate) เส้นสีขาวใส จุดเด่นคือความแข็งแต่ขาดความยืดหยุ่นจึงทำให้เปราะหักง่าย อาจจะพบปัญหา ไหมขาด ไหมทะลุได้บ่อย ไหมชนิดนี้จะละลายหมดภายใน 14-18 เดือน 

ไหม PCL
          PCL (Polycaprolactone) เส้นสีขาวขุ่น จุดเด่นคือมีความยืดหยุ่น สูงที่สุด เส้นใหญ่ที่สุด ละลายหมดภายใน 18-24 เดือน ซึ่ง PCL รุ่นล่าสุดจะมีส่วนผสมของ PLLA ในสัดส่วนที่เหมาะสมด้วย จึงทำให้ไหม PCL + PLLA นั้น เป็นวัสดุเส้นไหมที่ดีที่สุดในตอนนี้ 

ความแตกต่างของวัสดุไหม

ไหมละลายที่ได้รับความนิยมที่สุดมี 4 แบบ ดังนี้

1. เส้นไหมเรียบ (Mono threads)

*ภาพเปรียบเทียบวัสดุของเส้นไหมแต่ละชนิด

          เส้นไหมเรียบ (Mono threads) เป็นเส้นเรียบ ไม่มีเงี่ยง ปุ่ม หรือ เกลียว ส่วนใหญ่จะใช้ร้อยไหมชนิดนี้บริเวณคอ หน้าฝาก และใต้ตา เส้นไหมชนิดนี้จะช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยมากทำให้ผิวหนังเต่งตึงแต่ไม่ได้ช่วยยกชั้นผิวหนัง

2. ไหมหล่อ (Molding)

*ภาพเปรียบเทียบวัสดุของเส้นไหมแต่ละชนิด

          ไหมหล่อ (Molding) เป็นเส้นไหมที่หล่อเงี่ยงขึ้นมาพร้อมกับเส้นไหม หรือ หล่อลายสลัก เส้นไหม จึงมีความแข็งแรงสูงมาก และสามารถยกกระชับใบหน้าได้ดี เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อยมาก เหมาะกับการยกกระชับ ปรับโครงหน้า แก้ปัญหาร่องแก้ม เก็บกรอบหน้า ปรับรูปหน้าสวยกึ่งถาวร เสมือนการดึงหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด

3. เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads)

ไหมเงี่ยง

*ภาพเปรียบเทียบวัสดุของเส้นไหมแต่ละชนิด

         เส้นไหมที่มีเงี่ยง (Cog threads) เป็นเส้นไหมเส้นเดียวใช้เลเซอร์ตัดเพื่อให้เกิดเงี่ยงในลักษณะต่างๆ  มีรูปแบบเงี่ยงที่แตกต่างกันไป ตลอดแนวไหม เพื่อทำหน้าที่ยึดเกาะด้านในชั้นผิวหนัง เงี่ยงมีประโยชน์ทำหน้าที่คล้ายโครงสร้างที่จะช่วยยกเนื้อเยื่อ หรือผิวหนังที่หย่อนคล้อย
         ทั้งนี้เงี่ยงของเส้นไหมจะถูกกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่รอบเส้นไหม และบริเวณเงี่ยงด้วย เส้นไหมชนิดนี้เหมาะกับการดึงเพื่อยกกระชับ ปรับรูปหน้าให้เรียวสวยวีเชฟขึ้น

 

4. ไหมเติมเต็ม (Cavern)

ไหมเติมเต็ม

*ภาพเปรียบเทียบวัสดุของเส้นไหมแต่ละชนิด

          ไหมเติมเต็ม (Cavern) เป็นไหมที่นำไหมเรียบ MONO มาสร้างเป็นตาข่ายเส้นเล็กๆ เพื่อใช้เพิ่มวอลลุ่มในบริเวณที่ต้องการ เหมาะสำหรับใช้ในการเติมเต็มผิว และมีพื้นที่ในการสร้างคอลลาเจนเพิ่มมากขึ้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับไหมเรียบนั้นเอง

SUPER LIFT
          นวัตกรรมเส้นไหม มาจาก MONACO สั่งผลิตโดยเฉพาะลิขสิทธิ์ของอทิตาคลินิกเส้นใหญ่ เคลือบ Growth Factor และ Stem Cell ออกแบบเงี่ยงเพื่อกระตุ้นให้ผิวผลิตคอลลาเจนมากขึ้น พลังเงี่ยงมีแรงยกสูง และอยู่ได้นานกว่าเส้นไหมทั่วไป ละลายหมดใน 18-28 เดือน 

ANGEL
          โปรแกรม MINI FACE LIFT ด้วยการร้อยไหมแองเจิล เกรดพรีเมี่ยม สวยย้อนวัย ดึงหน้าไม่ต้องผ่าตัด ไร้รอยแผลเก็บกรอบหน้า เก็บแก้ม เก็บเหนียง Facial Design แบบเคสต่อเคส หน้ายกเรียวขึ้นทันทีหลังทำ 

          โดยการร้อยไหม Angel ทางเราจะใช้เข็มทู่ BLUNT CANNULA C TYPE ไม่ตัดเส้นเลือด ไม่บวมช้ำ ปลอดภัยหายห่วง พร้อมปรับโครงสร้างให้ใบหน้าดูดีขึ้นแบบกึ่งถาวร 30 – 50%  ล็อคหน้าให้เต่งตึงเทียบเท่าการศัลยกรรมผ่าตัดดึงหน้า แต่ไม่ต้องพักฟื้น กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนให้ผิวขาวใสได้นาน 18 – 24 เดือน ใบหน้ายกกระชับ เฟิร์มแน่นขึ้น เข้ารูปได้นานโดยไม่เป็นพังพืด 

BLUE ROSE 
          ไหมเงี่ยงกุหลาบบลูโรส  ลิขสิทธิ์เฉพาะที่ “ อทิตาคลินิก ” เส้นไหมมีการเคลือบสาร EGF และ สารลดบวม ไหมมี เบี่ยงตัว LOCK ที่ใหญ่ขึ้น หลังทํา โครงหน้ายกขึ้นทันที แก้ไขความหย่อนคล้อย กระตุ้นคอลลาเจนให้ผลิตมากขึ้น หน้าเด็กลง ผิวขาวใสขึ้น ช่วยรักษาริ้วรอย รอยหลุมสิวหลังทํา ไม่บวมไม่ช้ำ ไม่ต้องพักฟื้น

          กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มไหมที่มีคุณสมบัติช่วยให้ใบหน้าเฟิร์มกระชับ ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นคอลลาเจน เติมเต็มผิวให้ดูเต่งตึงขึ้น ขาว เนียนใสมี 2 ตัว ดังนี้

DIAMOND
          ไหมหน้าใส DIAMOND ไหมคุณสมบัติพิเศษ เคลือบสารผลึกไดม่อน ช่วยทำให้ผิวหน้าเนียนใส สว่างไบร์ท ช่วยกระชับผิวให้เฟิร์มยิ่งขึ้น และค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างต่อเนื่อง 6-8 เดือน 

RUBY
          ไหมคุณสมบัติพิเศษ ช่วยทำให้ผิวหน้าเนียนใส ช่วยกระชับผิวให้เต่งตึงยิ่งขึ้น ทั้งยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวได้อย่างต่อเนื่องถึง 6 เดือน 

 

การร้อยไหม เหมาะกับใครบ้าง?

          การยกกระชับผิวหน้าด้วยวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ประมาณ 30-60 ปีขึ้นไป โดยเนื้อเยื่อต้องไม่ยุบตัวหรือผิวหนังต้องไม่หย่อนคล้อยมากเกินไป เพราะหากผิวหนังหย่อนมากเนื่องจากอายุ หรือ มีน้ำหนักตัวมาก อาจต้องใช้วิธีนี้ร่วมกับวิธีอื่น ๆ จึงจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่า

          นอกจากนี้ การร้อยไหมอาจให้ผลดียิ่งขึ้นหากใช้วิธียกกระชับอื่น ๆ ร่วมด้วยในภายหลัง โดยเฉพาะวิธีที่ไม่ใช้การศัลยกรรมซึ่งจะให้ผลดีมากกว่า 

          สำหรับกลุ่มที่ไม่ควรร้อยไหม ได้แก่ ผู้ที่มีโรคแพ้ภูมิตัวเอง ไวรัสตับอักเสบบี ไวรัสตับอักเสบซี ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หญิงตั้งครรภ์ หรือ กำลังให้นมบุตร และผู้ที่กำลังใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีภาวะติดเชื้อ หรือเคยเกิดแผลเป็นคีลอยด์

ข้อดีของการร้อยไหม

  • การร้อยไหมจะเห็นผลทันทีหลังทำ โดยคนไข้จะได้ดูกระจกหลังจากการร้อยไหมเสร็จ 1 ข้าง เพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนว่าใบหน้ายกกระชับขึ้นทันทีหลังทำ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นจากทางอทิตาคลินิก
  • ไหมจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการหดตัวของคอลลาเจนใต้ผิว ซึ่งจะทำให้ผิวเกิดการกระชับตึงขึ้นในทันที
  • เกิดการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน มากขึ้นเรื่อย ๆ ที่ 2 เดือน
  • ช่วยแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม 
  • ขณะที่ไหมละลายอยู่ใต้ผิวหนัง จะทำให้เกิดการกระตุ้นสร้างเส้นเลือดใหม่ ทำให้ผิวเกิดการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
  • ทำให้ผิวเต่งตึงยกกระชับมากขึ้น และได้ผลต่อเนื่องนาน
         สรุปประโยชน์ของการร้อยไหม คือ เห็นผลทันทีหลังทำและช่วยแก้ปัญหาผิวหนังบนใบหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณแก้ม โดยใช้เส้นไหม (รุ่นและวัสดุต่างๆ) ร้อยเข้าไปในใต้ชั้นผิวหนัง การทำเช่นนี้ส่งผลให้เนื้อเยื่อใต้ผิวมีการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่บริเวณรอบเส้นไหม ทำให้ผิวหน้าที่หย่อนคล้อย ถูกดึงยกขึ้น เฟิร์มกระชับมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้เลือดไหลเวียนมาเลี้ยงผิวหนังบริเวณดังกล่าวมากขึ้นอีกด้วยค่ะ

ผลข้างเคียง และข้อควรระวังหลังเข้ารับบริการ
          ข้อควรระวังหลังจากทำการร้อยไหม คือ ไม่ควรทำเลเซอร์หรือหัตถการใด ๆ กับใบหน้าประมาณ 2 สัปดาห์ และไม่ควรกด นวด คลึง หน้าแรง ๆ ในตำแหน่งที่ร้อยไหมประมาณ 2 เดือน และไม่ควรแสดงสีหน้า อ้าปากกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ในช่วงเเรก ที่เพิ่งร้อยไหมมาเพราะยังมีความตึงรั้งของเส้นไหมอยู่อาจจะทำให้เงี่ยงเส้นไหมปลดล๊อคลงมาได้

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการบริการ

 

  • งดยาหรือวิตามิน ที่มีผลทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน วิตามิน E ใบแปะก๊วย เป็นต้น
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือรับประทานยาประจำ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
การปฏิบัติตัวหลังจากการเข้ารับบริการ
  • หลัง ร้อยไหม อาจเกิดอาการปวด หรือบวมได้ โดยอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละบุคคล
  • อาจรู้สึกตึงหน้า หรือเสียวบริเวณปลายเส้นไหม โดยอาการดังกล่าวจะค่อยๆ หายไปใน 3-5 วัน
  • งดการทำเลเซอร์ โยคะ อบซาวน่า นวดหน้า หรือทำ Treatment หลังทำ 2-4 สัปดาห์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ หลังทำ 2-4 สัปดาห์
  • หลีกเลี่ยงการกด หรือปรับไหมบนใบหน้า อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์
  • ในกรณีที่ใบหน้ามีความหย่อนคล้อยมาก อาจเกิดรอยบุ๋มบนใบหน้า แต่รอยบุ๋มจะค่อยๆ หายไปภายใน 1 เดือน
  • กรณียังมีริ้วรอยหลงเหลืออยู่ หรือต้องการให้ใบหน้ายกกระชับมากขึ้น สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อทำการ ร้อยไหม เพิ่มได้

 

 

 

*ทั้งนี้ข้อมูลในบทความสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามลักษณะของแต่บุคคล 

อทิตาคลินิกเรามีทีมแพทย์คอยแนะนำ
ให้คำปรึกษาสอบถามทุกคำถามฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 
แอดไลน์ปรึกษา คลิ๊กเลยค่ะ

Call Now